ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ระหว่างทาง



คนที่พบอุปสรรคมามาก ไม่ท้อถอยง่าย

ในเสียงผีเท้า เสียงหอบหายใจ บางครั้งเจือความอ่อนล้า บางคราวเจือความโดดเดี่ยว หลายครั้งเจือความท้อถอย นี่คือความเป็นจริงในยามเดินทาง
บนเส้นทางที่เรามุ่งไป มิได้มีเพียงด้านที่รื่นรมย์
เดินทางมากครั้งเข้า ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า เป็นธรรมดาอย่างยิ่งที่เราอาจพบเห็นสิ่งไม่พึงปรารถนาในระหว่างเดินทาง
เจ็บป่วย ถูกหลอก สัมผัสกับด้านร้ายของมนุษย์ และ... เหล่านี้ล้วนได้พบเจอในชีวิตปกติ หากจะพบเจอยามเดินทางบ้าง จะเป็นไรไป
ก็โลกที่เป็นจริง ยังมิได้เป็นโลกในอุดมคติ
และมนุษย์ที่เป็นจริง ก็ยังมิได้เป็นมนุษย์ที่ดีงามเพียบพร้อม
จะชื่นชมดอกไม้ โดยปฏิเสธหนามไหน่ของมันได้อย่างไรกัน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 5 ปีที่ 33 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2552

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความลงตัว



นอกจากเสน่ห์ของวันเวลาแล้ว ชุมชนเก่ายังมีชีวิตจริงๆ ที่ผสมคละเคล้าระหว่างความเก่าและความจำเป็นจริงและชีวิต ผู้คนภายนอกที่เพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป มักมีความรู้สึกอยากแช่แข็งวันเวลาในอดีตเอาไว้ชื่นชม
แต่ชีวิตจริงๆ มิได้เป็นเพียงตุ๊กตาสำหรับกอดเล่นหรือประดับตู้ ชีวิตมีการดิ้นรนต่อสู้ มีการดำรงชีพที่ต้องปรับเปลี่ยนตนเอง ในการปรับเปลี่ยนตัวเอง ยากอย่างยิ่งที่สิ่งเก่าทุกสิ่งจะสามารถคงไว้

สิ่งเก่าที่ดีหลายอย่างเกินความสามารถจะรักษาไว้ได้ และสิ่งเก่าอีกหลายอย่างไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตในอีกยุคหนึ่ง ในระหว่างการปรับเปลี่ยน ผสมผสาน ย่อมมีทั้งความลงตัวและไม่ลงตัว
สิ่งที่ผู้มาเยือนมองเห็น ทั้งความจริง และความลวง เป็นความลงตัวหนึ่งในระยะปรับเปลี่ยน มันจะปรับเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์หนึ่ง ถ้ามีนักท่องเที่ยวมากันบ่อยๆ และมันจะปรับเปลี่ยนกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง หากว่าชีวิตดำรงอยู่โดยไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 4 ปีที่ 33 กันยายน – ตุลาคม 2552 

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผู้ชม

สีอะคริลิค บนแคนวาส


“เขาช่างใช้ชีวิตได้น่าอิจฉาจัง !”
เวลาที่มองดูชีวิตคนอื่น บ่อยครั้งที่คนจะรู้สึกเช่นนี้
งานสบาย อิสระ ไม่อัตคัดขัดสน ...ฯลฯ...
จากสายตาของผู้ชม เมื่อมองออกไป เราเห็นสิ่งที่ตนปรารถนาและใฝ่ฝัน

ไม่มีใครที่ไม่ปรารถนาในเงื่อนไขที่ดีงามของชีวิตเช่นนี้ บางครั้งในฐานะผู้ชม เราก็มองเห็นแต่เพียงความปรารถนาของตน มิได้มองดู “เขา” และ “ตน” อย่างภววิสัยนัก
ผู้ชมที่เผลอไผลไม่เรียนรู้ ไม่รู้จักเติบโต มองออกไป และมองเข้ามาก็ไม่เห็นสิ่งใด
มองให้เห็นตน และมองให้ไม่หลงตน คือศิลปะการมองที่ผู้ชมพึงเปิดดวงตาแห่งใจของตน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 6 ปีที่ 33 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สุดซอย



เข้าไปสุดซอยแล้วยังไม่รู้เลยว่า มีโลกอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่
เดินผ่านร้านสะดวกซื้อไปนิดหนึ่ง มองเฉียงไปทางด้านซ้าย มองเห็นทางเดินเล็กๆ ทอดอยู่แล้วเห็นสะพานปูนสวยงามทอดข้ามคลอง
ก้าวเดินขึ้นไปที่สะพานปูนนั้น มองทอดตาไปให้สุดสายตาทั้งสองด้าน ลำคลองที่ยังใสสะอาดสายหนึ่ง ทอดสะท้อนเงาของท้องฟ้ากระจ่างตาอยู่ตรงนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ถ้าเป็นเวลากลางวัน และยืนอยู่นานสักหน่อย ก็จะเห็นเรือของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล่นผ่านมาเป็นระยะ
ชีวิตแบบไม่เร่งร้อน ยังมีที่ซ่อนตัวอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่งของเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย
สองฟากคลองเป็นเรือนแถวที่ยังหันหน้าเข้าหาลำคลอง นี่คือชุมชนเก่าแก่ซึ่งเคยคึกคักเมื่อในอดีต


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 4 ปีที่ 33 กันยายน – ตุลาคม 2552

วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ระยะห่างที่เหมาะสม



ชีวิตคนโดยทั่วไป เป็นชีวิตภาคพื้นดินมากกว่าภาคพื้นน้ำ หรือภาคอากาศ
บางเวลาเราอาจใช้ชีวิตภาคบนฟ้า หรือภาคพื้นน้ำ แต่นั่นก็เป็นเพียงช่วงเวลาพิเศษช่วงหนึ่ง ที่ไม่ใช่ชีวิตภาคปกติในชีวิตประจำวัน
ชีวิตภาคพื้นดินทำให้คนมักโหยหา ถวิลถึงชีวิตภาคที่ตนไม่มี
อิสรภาพ คือ ความฝันล้ำค่าของคนเสมอ โบยบินเสรีดั่งนกในฟ้ากว้าง ล่องลอยเสรีดั่งไร้พันธนาการ
ปุยนุ่น ก้อนเมฆ จอกแหน และกอสวะ ก็ล่องลอยไปดั่งว่าเสรีเช่นกัน
ล่องลอยไปโดยไม่รู้หน รากไม่เกาะยึดพื้นดิน
คืนอิสรภาพกับการล่องลอย
คืนอิสรภาพกับความไม่มั่นคง
เหลื่อมซ้อน-ทาบทับ-ประสาน
จอกแหนมีรากที่เกาะยึดไม่ถึงพื้นดิน ในยามล่องลอย รากและใบของมันไขว่คว้าหาสิ่งใดหรือไม่ ?
ระยะห่างที่เหมาะสมลงตัวกับภาคพื้นดินอยู่ตรงที่ใด ?


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 6 ปีที่ 33 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ชื่นชมและการครอบครอง


 ออกไปนอกชายคา จะรู้ว่าโลกกว้าง

กลับมาจากการเดินทางแต่ละครั้ง จะมีรูปถ่ายติดไม้ติดมือกลับมาด้วยจำนวนหนึ่ง
เดินทางมากครั้งเข้า คนเดินทางจะซื้อของฝากติดมือกลับมาน้อยลง
การได้เห็นโลกกว้างขึ้น เห็นสิ่งต่างๆ มากขึ้น และบ่อยขึ้น ทำให้รู้จักการชื่นชมโดยไม่ครอบครองเป็นมากขึ้น
รู้ว่าไม่อาจครอบครองทุกสิ่งที่อยากได้ เป็นความจริงที่มิได้สลับซับซ้อนอะไร แต่ว่าความจริงง่ายๆ อย่างนี้ บางทีเราก็ไม่รู้จักเรียนรู้
เดินทางบ่อยครั้งเข้า ช่วยให้ตื่นตระหนกและหวาดกลัวกับโลกกว้างน้อยลง ไม่หวาดกลัวโลกภายนอก จึงกล้าออกเดินทางครั้งใหม่
ออกเดินทาง เรารู้ว่าเราออกไปชื่นชมสิ่งดีงามของโลกข้างนอก
มิได้ออกไปเพราะปรารถนาจะครอบครอง


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 5 ปีที่ 33 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2552

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สัตว์โทน


ทางที่คนอื่นเคยเดินมาแล้ว ไม่ใช่ทางที่เราผ่านไม่ได้

สัตว์บางชนิด ใช้ชีวิตอยู่เป็นฝูง บางชนิดเป็นสัตว์โทน
คนก็เป็นเช่นเดียวกัน
แม้จะพูดกันว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์โทน
สัตว์โทน หากินตัวเดียว พึ่งพาตัวเอง อาศัยพละกำลัง และสติปัญญาของตนในการดำรงชีวิต ในความเด็ดเดี่ยว มีความแข็งแกร่ง และทระนง
บางคนอาจดูบอบบาง อ่อนแอ ในเชิงสรีระ แต่ในเชิงความคิดและจิตใจ มิได้อ่อนแอเลย
ไม้ใหญ่ยืนต้นโดดเดี่ยว หยั่งรากลงดิน แทงยอดสู่ฟ้า แตกต่างจากไม้เลื้อยที่พันเกี่ยวยึดเกาะ พึ่งพิงต้นไม้อื่น  
คนที่แข็งแกร่ง หยัดยืนอยู่บนความจริง เขาหยัดกายตรง ไม่ค้อมหัวให้กับอุปสรรคและความฉ้อฉล

โดยเฉพาะการฉ้อฉลต่อตนเอง


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 5 ปีที่ 33 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2552

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เดินกลางฝน


ถ้าไม่ตัดสินใจกางร่มเดินฝ่าฝน 
เราจะไม่รู้เลยว่าเราเดินใต้สายฝนไปได้ไกล


            ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าชอบเดินตากฝน
            จำได้ว่ามักเดินตากฝนครั้งละนานๆ และกลับบ้านด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มโชกเสมอ
แม้ว่าร่างกายจะไม่แข็งแรง แต่จำได้ว่า แม่มิได้ดุด่ารุนแรงเมื่อทำเช่นนั้นเลย
แม่ไม่ใช่คนถนอมลูก อาจเป็นเพราะร่างกายไม่แข็งแรง แม่จึงยิ่งปล่อยให้ได้เดินตากฝน
เติบโตจนเป็นผู้ใหญ่รู้คิดแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้คิดว่า นั่นคือความห่วงใยของแม่
แม่คงห่วงใยว่าข้าพเจ้าจะเปราะบางเกินไป กระทั่งอาจไม่สามารถเอาชีวิตรอดในวันข้างหน้า
แม่เก็บอาการห่วงใยเอาไว้ ปล่อยให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โลกที่อยู่ไกลตัวแม่ เพื่อวันข้างหน้าของข้าพเจ้า หลายครั้งที่แม่ทำ ในสิ่งที่ผู้อื่นมองด้วยสายตาตำหนิว่า ปล่อยให้ลูกที่ร่างกายไม่แข็งแรงไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไกลหูไกลตาได้อย่างไร
แม่รู้ และข้าพเจ้าก็รู้ ว่าแม่รักลูก
ความรักแบบให้รู้จักเติบโต อดทน และแข็งแกร่ง ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าภาคภูมิในตัวของแม่
 

เรืองรอง  รุ่งรัศมี



พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 5 ปีที่ 33 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2552

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ช้างหินของคนธรรมดา



แรกเห็น รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งที่มีใครแกะสลักช้างหินใหญ่เท่าช้างจริงไว้ที่ลานวัด
พอเดินเข้าไปพินิจดูใกล้อย่างละเอียด กลับทึ่งยิ่งกว่า ช้างหินตัวนี้ไม่ได้ถูกยกมาวางจากที่อื่น แต่แกะสลักขึ้นมาจากพื้นหินใหญ่ตรงนั้นเอง
“น้าตุ๋งติ๋ง” เป็นผู้ชายชาวบ้านตัวโต แกะสลักแผ่นหิน แท่งหิน และวัสดุอื่น เป็นงานศิลปะ ประติมากรรมพื้นบ้านมอบไว้ให้วัดใกล้บ้าน ออกเหงื่อ และออกเงินทำขึ้นด้วยใจ ทำเสร็จชิ้นหนึ่ง มีแรงกระตุ้นเร้าใหม่ น้าก็สร้างงานชิ้นใหม่ นอกจากที่วัดถ้ำพระศิลาทองแล้ว น้ายังสร้างงานศิลปะฝากไว้กับวัดอีกแห่งหนึ่งที่อยู่บนภู ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ มาทางอำเภอเขมราฐ
จังหวะของแดดบ่ายวันนั้นสวย ต้นไม้ใหญ่รายรอบทิ้งใบไปทั้งพื้น บางใบค้างอยู่บนตัวช้างหิน ฟ้าสดกระจ่าง แดด อากาศ และประติมากรรมช้างหินในธรรมชาติง่ายๆ ที่ไม่ปรุงแต่งเกินงาม เสมือนจะบอกเล่าปริศนาธรรมบางอย่าง
น้าตุ๋งติ๋งเป็นชาวบ้านธรรมดา ใช้ชีวิตอย่างธรรมดา คิดและกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิต ไปในความเป็นธรรมดา
ความธรรมดาของน้านั้น น่าค้อมคารวะ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 6 ปีที่ 33 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บทเพลงของลำคลอง



บ่ายวันนั้นเรานั่งอยู่ที่ริมท่าน้ำหลายคน เรือของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล่นผ่านมาเป็นระยะ คลื่นจากเครื่องเรือซัดเข้าท่าน้ำเป็นระลอก
ด้วยความที่เราเป็นคนที่ทำงานข้องเกี่ยวกับแวดวงศิลปะ พลันก็มีคนลุกขึ้นมา เอาสีทายางรถยนต์ที่ตอกยึดท่าน้ำไว้กันเรือกระแทก
ทาวงหนึ่งแล้ว ก็หันไปทาอีกวงหนึ่ง แล้วก็เปลี่ยนใช้สีอื่น ท่าน้ำบ้านมีสีสันน่าสนใจขึ้นมาโดยพลัน ทาวงล้อยางเสร็จแล้วนั่งคุยกันต่อ แล้วต่อมาก็คิดถึงราวบันไดท่าน้ำ

ขณะที่เพื่อนกำลังทาสีราวบันไดท่าน้ำ ข้าพเจ้าเกิดจินตนาการถึงลำคลองทั้งสายที่มีสีสันสดใสตลอดทั้งลำคลอง
เงาเมฆ เงาฟ้าในน้ำ และยางวงสีม่วง สีส้ม สีเหลือง สีแดง กับราวบันไดท่าน้ำอีกสารพัดสี คงสร้างให้คลองสายนี้กลายเป็นงานศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นลำคลองที่ร้องเพลงแห่งสี
แม้แต่ปลาตายที่ลอยมาตามน้ำ ยังกลายเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความหมายของภาพ เมื่อมันอยู่ใกล้เส้นเงาแตกพร่าเส้นหนึ่งในน้ำ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 6 ปีที่ 33 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2553

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บ้านคนแก่



คนแก่ที่อยู่โดดเดี่ยว บ้านมักจะรก
ในความรก มีความโดดเดี่ยว ความเสียดาย เรื่องราวหนหลัง และความอ่อนล้า
คนแก่มีความทรงจำในอดีตมากกว่าวันเวลาข้างหน้า เรื่องราวหนหลังจำนวนหนึ่งผนึกแนบอยู่ในวัตถุสิ่งของ ดังนั้น สิ่งของจำพวกกะโหลกกะลาเก่าๆ จึงไม่ใช่ขยะรกตาที่ทำใจโยนทิ้งไปเสียได้
ของชิ้นนั้นไปซื้อจากที่แห่งนั้น ของชิ้นนี้ยายแก่กำชับกำชาให้ซื้อ ของชิ้นโน้นตาแก่ได้มาจากเพื่อนคนโน้น มองเห็น หยิบจำ ลูบคลำสิ่งของ ก็เหมือนสัมผัสถึงความอบอุ่นประโลมชีวิตโดดเดี่ยว
ผ่านชีวิตและวันเวลามามาก ผู้ชราเรียนรู้การนิ่ง นิ่งดั่งบึงน้ำที่ผิวน้ำเรียบ
ผ่านชีวิตและวันเวลามามาก ร่างกายผู้ชราอ่อนล้า มองดูสิ่งที่กองซ้อนทับกันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็รู้ว่าต้องใช้เรี่ยวแรงไม่น้อย กว่าจะสามารถจัดการบ้านให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าที่เข้าทางได้


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 4 ปีที่ 33 กันยายน – ตุลาคม 2552

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อิสระชน


เมื่อกล้าทำในสิ่งที่รักอย่างต่อเนื่องยาวนาน 
ในที่สุดเราก็ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เรารัก

คนที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ผู้คนมักมองด้วยความสนเท่ห์
ชีวิตอิสระใครๆ ก็ปรารถนา เพียงแต่บางคนมิได้มีความมุ่งมั่นเพียงพอ จึงหันเหชีวิตไปในแนวทางที่มีรูปแบบสำเร็จรูปครอบไว้
การใช้ชีวิตแบบอิสระชน คล้ายกับการใช้ชีวิตอย่างคนชายขอบ ? มีแง่มุมที่ต่างและเหมือนกันอย่างไร ? แยกตัวอย่างไม่สัมพันธ์กันโดยสิ้นเชิงกับการใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์แบบแผนจริงหรือ ?
ประเด็นเหล่านี้คนจำนวนหนึ่งครุ่นคิดพิจารณาจริงจัง คนอีกจำนวนหนึ่งละเลย มองข้าม และไม่ให้ความสำคัญ
อิสระชน มีวิธีใช้ชีวิตในวิถีของตน เป็นเส้นทางของผู้ที่ตื่นรู้ในความมีอยู่ของตน แตกต่างจากผู้ที่มิได้มีความตื่นรู้ในตนเพียงพอ ที่ต้องอาศัยพึ่งพิง กฎเกณฑ์ รูปแบบง่ายๆ ของคนหมู่ใหญ่
และศักดิ์ศรีของอิสระชน ก็อยู่ตรงที่เขาสามารถใช้ชีวิตอิสระ โดยสามารถรับผิดชอบทั้งโลกภายใน โลกข้างนอก และผู้คนในแวดวงที่กว้างออกไป


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 5 ปีที่ 33 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2552