ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนแก่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนแก่ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฝัน 夢 หนังสือแบบเรียนจีน ปี 1948

夢
ฝัน

昨夜 ,
เมื่อคืนนี้
我夢見閻王 ,
ฉันฝันเห็นยมบาล
他告訴我:
เขาบอกกับฉันว่า :
遺失了掌管人命的生死簿;
ทำสมุดบัญชีควบคุมดูแลความเป็นความตายของชีวิตคนสูญหาย ;
他哭着:
เขาร้องไห้ :
從此好人都要早死,
นับแต่นี้ไปคนดีล้วนต้องตายเร็ว ,
惡人將不死於該死的日子。
คนเลวจะไม่ตายในวันที่ควรตาย .
我問生死簿 失落在何方?
ฉันถามว่าสมุดบัญชีควบคุมดูแลความเป็นความตายของชีวิตคนสูญหาย ณ สถานที่ใด ?
他說:
เขาบอกว่า :
那是一臉正經判官做的好事!
นั่นเป็นเรื่องดีๆ ที่ผู้พิพากษาหน้าตาเรียบร้อยซื่อตรงทำขึ้น !

...................................................................................

ตกใจมากตอนที่อ่านเจอเรื่องนี้ครั้งแรกในหนังสือจีนสำหรับเด็กประถมซึ่งพิมพ์ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 1948
ดูปี ค.ศ.1948 อีกครั้งให้แน่ใจ ไม่ผิดแน่นอน
หนังสือเก่าเล่มนี้ได้มาจากแผงแบกะดินริมถนน มีร่องรอยจดเสียงอ่านด้วยตัวจู้อิน ㄅㄆㄇㄈ ใช้ปากกาหมึกซึมหมึกสีดำจดบ้าง ใช้ดินสอจดบ้าง บางหน้าเขียนตัวหนังสือจีนไว้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ลายมือยังจัดว่ายังไม่จัดเจนกับการเขียนภาษาจีน
สภาพหนังสือค่อนข้างช้ำ ปกหน้าแหว่งไปพอสมควร ปกหลังมีลายมือภาษาจีนหวัดๆ 4-5 แห่ง ตรงใกล้มุมซ้ายบนทะแยงขวาเอียงสักราว 30 องศาเขียนว่า 林松波 น่าจะเป็นชื่อเจ้าของหนังสือหรือชื่อใครสักคนที่เจ้าของหนังสือเขียนเอาไว้

ผมชอบซื้อหนังสือเรียนภาษาจีนเก่าๆ ที่เจอริมถนน หลายเล่มเคยใช้เรียนเมื่อวัยเยาว์ กลับมาอ่านใหม่เพื่อย้อนความจำว่าเคยเรียนหนังสือแบบไหน บทเรียนแต่ละบทเขียนเรื่องอะไร ? อ่านครั้งใดก็ได้เห็นแง่มุมน่าสนใจที่มองไม่เห็นเมื่อครั้งเยาว์วัย
หนังสือ 小學國語精選 上海大方書局 นี้อ่านแล้วพบว่า ไม่ใช่เล่มที่ผมเคยเรียน ดูปีที่พิมพ์แล้วพบว่าตอนนั้นผมยังไม่เกิด ไม่แน่ใจว่าตอนพ่อสอนหนังสือจีนผม ในชั้นเรียนอื่นของพ่อได้ใช้หนังสือเล่มนี้หรือไม่
ผมพบหนังสือใช้เรียนภาษาจีนอีกเล่มหนึ่งที่เก่ายิ่งกว่าเล่มนี้ เล่มนั้นพิมพ์ปี 193-- กว่า ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปปกมาอวดในวันข้างหน้า และหนังสือเล่มนั้นก็น่าสนใจมาก ตั้งใจว่าเล่มนั้นอยากเอามาทำเป็นหนังสือย้อนยุคสวยๆ เล่มหนึ่งเมื่อมีโอกาส

หนังสือที่บ้านผมวางปนกันรกๆ ยุ่งเหยิงมาก ต้องใช้เวลาค้นหากันนานกว่าจะเจอแต่ละเล่มที่ต้องการ ตอนนี้ยิ่งยุ่งเหยิงกว่าเก่า หลังจากขนหนังสือเพราะกลัวจะโดนน้ำท่วมเมื่อปีก่อน ระบบหลวมๆ ที่จัดวางไว้ไม่เหลือเป็นระบบอีกเพราะความเร่งรีบในคราวนั้น
หนังสือที่หยิบข้อความบทนี้มาแปลบังเอิญวางไว้ใกล้มือ พลิกไปพลิกมาอ่านสลับแก้เครียดระหว่างค้นคว้าอ้างอิงข้อมูล
ผมชอบอ่านหนังสืออื่นสลับเวลาเหนื่อยสมอง หรือเขียนหนังสือติดขัด หลายเดือนมานี้อ่านเล่มนี้บ่อย ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าควรนำบางบทในหนังสือเล่มนี้มาแปลแบ่งปันกัน
เชื่อว่าตามบ้านที่มีหนังสือเรียนเก่าๆ ของคนรุ่นอายุ 60 หลายบ้านน่าจะมีหนังสือเล่มนี้





เรืองรอง  รุ่งรัศมี
ห้องหนังสือของคนโง่
31 กรกฎาคม 2012


วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บ้านคนแก่



คนแก่ที่อยู่โดดเดี่ยว บ้านมักจะรก
ในความรก มีความโดดเดี่ยว ความเสียดาย เรื่องราวหนหลัง และความอ่อนล้า
คนแก่มีความทรงจำในอดีตมากกว่าวันเวลาข้างหน้า เรื่องราวหนหลังจำนวนหนึ่งผนึกแนบอยู่ในวัตถุสิ่งของ ดังนั้น สิ่งของจำพวกกะโหลกกะลาเก่าๆ จึงไม่ใช่ขยะรกตาที่ทำใจโยนทิ้งไปเสียได้
ของชิ้นนั้นไปซื้อจากที่แห่งนั้น ของชิ้นนี้ยายแก่กำชับกำชาให้ซื้อ ของชิ้นโน้นตาแก่ได้มาจากเพื่อนคนโน้น มองเห็น หยิบจำ ลูบคลำสิ่งของ ก็เหมือนสัมผัสถึงความอบอุ่นประโลมชีวิตโดดเดี่ยว
ผ่านชีวิตและวันเวลามามาก ผู้ชราเรียนรู้การนิ่ง นิ่งดั่งบึงน้ำที่ผิวน้ำเรียบ
ผ่านชีวิตและวันเวลามามาก ร่างกายผู้ชราอ่อนล้า มองดูสิ่งที่กองซ้อนทับกันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็รู้ว่าต้องใช้เรี่ยวแรงไม่น้อย กว่าจะสามารถจัดการบ้านให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าที่เข้าทางได้


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “โลกกว้างได้เท่ากับครอบฟ้า” ปาจารยสาร ฉบับที่ 4 ปีที่ 33 กันยายน – ตุลาคม 2552

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรียน “เล่น”



            เรารู้โลกและชีวิต ได้อย่างแทงทะลุตั้งแต่เมื่อใดหรือ ? ไยชีวิตของเราจึงห่างเหินจากการ “เรียน” เมื่อก้าวพ้นห้องเรียนออกมา
“เรียนจบ” แล้ว “จบการเรียนรู้” เป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้จากชีวิตจำนวนมาก
ก็เรียนมาตั้งเยอะแล้ว จะเรียนอะไรกันอีกนักหนา...
เรียนอะไรหรือ ?
เรียนการเล่น ! เรียนการใช้ชีวิต ! เรียนที่จะ “อยู่เย็นเป็นสุข”
เหมือนพูดเล่น แต่การ “เล่น” นั้นต้องเรียนจริงๆ เป็นการเรียนที่แปลกออกไปจากในวัยเรียนที่ยังมีครูสอนเป็นรายวิชาในห้องเรียน
มองเห็นคนที่เลิก “เล่น” แล้วจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “เล่น” ไม่เป็น เป็นจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “อยู่ไม่เป็น” เป็นจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “ว่าง” ไม่เป็น เป็นจำนวนเท่าใด ? ฯลฯ
นอกจากการงาน และภาระความรับผิดชอบ “ชีวิต” มีเหลี่ยมมุมและมิติอื่นๆ อีก
เล่นไม่เป็น แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไร ?
ไปทำงาน กลับบ้าน ไปเฮฮา เปิดโทรทัศน์ ไปซื้อของ นอน... แล้วมีอะไรอีก ? ชีวิตอย่างนี้ดีอยู่หรือ ? ดีอยู่จริงหรือ ?
เล่นไม่เป็นแล้ว จะเล่นกับชีวิตเป็นหรือ ?
ไม่เล่นกับชีวิตบ้าง แล้วจะจริงกับชีวิตได้ไหวหรือ ? จะ “จริง” กับชีวิตได้จริงหรือ ?
“ทีเล่นทีจริง” นั้น เป็นศิลปะการใช้ชีวิตที่ใครกี่คนจะใช้เป็นโดย “ไม่เรียน”
“เล่น” เพื่อให้ปล่อยวางความจริงจังลงบ้าง “เล่น” เพื่อให้อยู่ว่างได้ “เล่น” เพื่อให้ใจมันสบาย อารมณ์มันโปร่ง “เล่น” เพื่อให้ความยึดมั่นถือมั่นมันจางลงบ้าง
ก็ “เล่น” อยู่นี่ จะจริงจังอะไรนักหนา
แล้วแน่ใจตัวเองหรือว่า “เล่น” เป็น โดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องเรียน
ตอนอายุ 40, 50, 60, 70, 80, 90,… เราปลูกต้นไม้เป็นหรือ ถ้าไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ในวัยเท่านั้นเราไปซื้อหนังสือมาอ่านเป็นหรือ ถ้าหากก่อนหน้านั้นเราไม่รู้จักร้านหนังสือ แล้วแน่ใจหรือว่าซื้อหนังสือมาแล้วจะอ่านมันได้อย่างไม่ทุกข์ทรมาน
แน่ใจหรือว่าคุณจะฟังเพลงได้อย่างดื่มด่ำและผ่อนคลายในยามอายุมากเข้า หากว่าคุณไม่เคยลองเรียนรู้การฟังเพลง แล้วแน่ใจหรือว่ารายการเพลงในวิทยุหรือโทรทัศน์ จะเป็นรายการที่คุณฟังแล้วปลอดโปร่งใจ ผ่อนคลายอารมณ์
คุณก็ปิดวิทยุ ปิดโทรทัศน์เสีย แล้วกลายเป็นคนแก่ขี้บ่น หรือกลายเป็นคนน่ารำคาญ คนไม่น่าเข้าใกล้ ที่อยู่ไปอย่างเฉาๆ เพราะชีวิตของคุณแห้งแล้งและว่างเปล่าเหลือเกิน
คุณเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่ให้ชีวิตมันแห้งแล้ง และว่างเปล่าบ้างหรือไม่ ? คุณแน่ใจหรือว่าคุณไม่ต้องเรียนรู้ การเล่นใดๆ แล้วสามารถบ่มเพาะ “นิสัย” ที่จะทำให้ตนเองอยู่เย็นเป็นสุขได้ และผู้อื่นไม่ร้อนรุ่มรำคาญ ยามอยู่ใกล้คุณ
“เรียนจบแล้ว” คุณเรียนรู้การใช้ชีวิตอีกหลายสิบปีของคุณหรือเปล่า ?
“เล่น” เป็นศิลปะ ต้องเรียนและฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้หรอกคุณ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ภาพของฉัน ฝันของใคร สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.2548


วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ความฝันโบยบิน, วุฒิภาวะ


























โศกนาฏกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ
ไม่ทันได้รู้ว่า ความฝันได้โบกมือลาจากไปแล้ว
บางทีอาจเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจเสียยิ่งกว่า
การไม่เคยมีความฝันเสียอีก



ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี




วุฒิภาวะ

การติดค้างไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การพาลกับผู้อื่นด้วยอารมณ์เป็นเรื่องเกเร แสดงอาการออกมามากๆ ก็เหมือนเอาสิ่งสกปรกป้ายหน้าตนเองจนเลอะ
ใครจะล่วงรู้ว่า คนที่เห็นแล้วนิ่งเงียบ คิดอะไรอยู่

วุฒิภาวะ คือ การนิ่งเงียบเป็น
วุฒิภาวะ คือ การคิดด้วยตนเองเป็น
วุฒิภาวะ คือ การยอมรับว่าผู้อื่นคิดด้วยตัวเองเป็น
วุฒิภาวะ คือ การยอมรับว่าผู้อื่นคิดไม่เหมือนตัวเราได้
วุฒิภาวะ คือ การรู้ว่าความนิ่งเงียบอาจไม่ใช่ทั้งการยอมรับ / การเห็นด้วย / หรือการยอมจำนน
วุฒิภาวะ คือ การรู้ว่าความสมเพทเวทนา ก็อาจทำให้คนนิ่งเงียบได้
การไม่เห็นประโยชน์ในการพูดอธิบายกับผู้ที่เต็มไปด้วยโมหะจริต ก็ทำให้คนนิ่งเงียบได้
วุฒิภาวะรู้ว่า การนิ่งเงียบเกิดได้ ทั้งจากจิตที่เมตตา จิตที่นิ่งเฉย จิตที่อำมหิตโหดร้าย

วุฒิภาวะ คือ การรู้จักโต
วันเวลาทำให้คนแก่ แต่อาจไม่ได้ทำให้คนรู้จักโต

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
2013