ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพของฉัน ฝันของใคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพของฉัน ฝันของใคร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เพราะเหตุใด



เพราะเหตุใดคนตาย
หนักกว่าคนเป็น
คนจำนวนมากมายถึงเพียงนั้นหามคนๆ หนึ่ง
ยังต้องเสริมด้วยน้ำตา เสียงแตร
ส่งเขาเดินทางสู่แดนไกล

เพราะเหตุใด คนที่ร่ำไห้
ยิ่งปลอบก็ยิ่งร่ำไห้
มีน้ำตาก็เพียงพอแล้ว
ไยจึงต้องส่งเสริมร้องก้องฟ้าดิน
ถ้อยคำที่สะเทือนใจเหล่านั้น
ยามที่มีชีวิตอยู่ไยจึงไม่กล่าว

ผู้ที่ตายไป
คือตาเฒ่าผอมบางคนหนึ่ง
น้ำหนักตัวไม่เกิน 40 กิโลกรัม
กลับต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน
หามแกไป
จากบทกวี “เว่ย เสอ เมอ”
โดย จาง เจ๋

เรืองรอง  รุ่งรัศมี 
แปล


ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ภาพของฉัน ฝันของใคร สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.2548

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วันเกิด



เพราะเป็นวันเกิด
ฉันได้รับกระเป๋าเงินสีสวยใบหนึ่ง
ฉันไม่มีเงิน
และไม่ชอบเศษเงินที่น่าเบื่อพวกนั้น

ฉันวิ่งไปที่หลังกองดินใหญ่อันแปลกประหลาดนั้น
ไปดูดอกไม้เล็กๆ ที่ฉันรักเหล่านั้น
ฉันพูดว่า ฉันมีคลังเก็บสมบัติอันหนึ่งแล้ว
สามารถใช้เก็บสะสมเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ได้

ในกระเป๋าเงินเก็บเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไว้จนเต็มจริงๆ
มีที่ดำเป็นประกายวาววับ
เหมือนดวงตาเล็กๆ ที่แปลกประหลาด
ฉันพูดขึ้นอีกว่า อย่ากลัวเลย
ฉันจะพาพวกเธอไปยังบ้านของฤดูใบไม้ผลิ
ที่นั่น เราจะได้รับ
เสื้อสีเขียว
และหมวกผ้าขลิบขอบสีสวย

ฉันมีกระเป๋าเงินใบเล็กใบหนึ่งแล้ว
ฉันไม่ต้องการเงิน
ไม่ต้องการเศษเงินที่แทงหน่ออ่อนออกมาไม่ได้เหล่านั้น
ฉันต้องการเพียงเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เล็กๆ ที่บรรจุไว้จนเต็ม
ฉันอยากจะรู้วันเกิดของพวกเขา

กู้เฉิง
ธันวาคม 1981


 เรืองรอง  รุ่งรัศมี แปล
2005


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ภาพของฉัน ฝันของใคร สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.2548

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรียน “เล่น”



            เรารู้โลกและชีวิต ได้อย่างแทงทะลุตั้งแต่เมื่อใดหรือ ? ไยชีวิตของเราจึงห่างเหินจากการ “เรียน” เมื่อก้าวพ้นห้องเรียนออกมา
“เรียนจบ” แล้ว “จบการเรียนรู้” เป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้จากชีวิตจำนวนมาก
ก็เรียนมาตั้งเยอะแล้ว จะเรียนอะไรกันอีกนักหนา...
เรียนอะไรหรือ ?
เรียนการเล่น ! เรียนการใช้ชีวิต ! เรียนที่จะ “อยู่เย็นเป็นสุข”
เหมือนพูดเล่น แต่การ “เล่น” นั้นต้องเรียนจริงๆ เป็นการเรียนที่แปลกออกไปจากในวัยเรียนที่ยังมีครูสอนเป็นรายวิชาในห้องเรียน
มองเห็นคนที่เลิก “เล่น” แล้วจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “เล่น” ไม่เป็น เป็นจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “อยู่ไม่เป็น” เป็นจำนวนเท่าใด ? มองเห็นคนที่ “ว่าง” ไม่เป็น เป็นจำนวนเท่าใด ? ฯลฯ
นอกจากการงาน และภาระความรับผิดชอบ “ชีวิต” มีเหลี่ยมมุมและมิติอื่นๆ อีก
เล่นไม่เป็น แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไร ?
ไปทำงาน กลับบ้าน ไปเฮฮา เปิดโทรทัศน์ ไปซื้อของ นอน... แล้วมีอะไรอีก ? ชีวิตอย่างนี้ดีอยู่หรือ ? ดีอยู่จริงหรือ ?
เล่นไม่เป็นแล้ว จะเล่นกับชีวิตเป็นหรือ ?
ไม่เล่นกับชีวิตบ้าง แล้วจะจริงกับชีวิตได้ไหวหรือ ? จะ “จริง” กับชีวิตได้จริงหรือ ?
“ทีเล่นทีจริง” นั้น เป็นศิลปะการใช้ชีวิตที่ใครกี่คนจะใช้เป็นโดย “ไม่เรียน”
“เล่น” เพื่อให้ปล่อยวางความจริงจังลงบ้าง “เล่น” เพื่อให้อยู่ว่างได้ “เล่น” เพื่อให้ใจมันสบาย อารมณ์มันโปร่ง “เล่น” เพื่อให้ความยึดมั่นถือมั่นมันจางลงบ้าง
ก็ “เล่น” อยู่นี่ จะจริงจังอะไรนักหนา
แล้วแน่ใจตัวเองหรือว่า “เล่น” เป็น โดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องเรียน
ตอนอายุ 40, 50, 60, 70, 80, 90,… เราปลูกต้นไม้เป็นหรือ ถ้าไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ในวัยเท่านั้นเราไปซื้อหนังสือมาอ่านเป็นหรือ ถ้าหากก่อนหน้านั้นเราไม่รู้จักร้านหนังสือ แล้วแน่ใจหรือว่าซื้อหนังสือมาแล้วจะอ่านมันได้อย่างไม่ทุกข์ทรมาน
แน่ใจหรือว่าคุณจะฟังเพลงได้อย่างดื่มด่ำและผ่อนคลายในยามอายุมากเข้า หากว่าคุณไม่เคยลองเรียนรู้การฟังเพลง แล้วแน่ใจหรือว่ารายการเพลงในวิทยุหรือโทรทัศน์ จะเป็นรายการที่คุณฟังแล้วปลอดโปร่งใจ ผ่อนคลายอารมณ์
คุณก็ปิดวิทยุ ปิดโทรทัศน์เสีย แล้วกลายเป็นคนแก่ขี้บ่น หรือกลายเป็นคนน่ารำคาญ คนไม่น่าเข้าใกล้ ที่อยู่ไปอย่างเฉาๆ เพราะชีวิตของคุณแห้งแล้งและว่างเปล่าเหลือเกิน
คุณเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่ให้ชีวิตมันแห้งแล้ง และว่างเปล่าบ้างหรือไม่ ? คุณแน่ใจหรือว่าคุณไม่ต้องเรียนรู้ การเล่นใดๆ แล้วสามารถบ่มเพาะ “นิสัย” ที่จะทำให้ตนเองอยู่เย็นเป็นสุขได้ และผู้อื่นไม่ร้อนรุ่มรำคาญ ยามอยู่ใกล้คุณ
“เรียนจบแล้ว” คุณเรียนรู้การใช้ชีวิตอีกหลายสิบปีของคุณหรือเปล่า ?
“เล่น” เป็นศิลปะ ต้องเรียนและฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้หรอกคุณ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ภาพของฉัน ฝันของใคร สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.2548


วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาพของฉัน ฝันของใคร


















ต้นไม้อย่างนั้นเหมือนเคยเห็น รอยยิ้มอย่างนั้นเหมือนคุ้นเคย อารมณ์อย่างนั้นก็เคยมี ภาพถ่ายอย่างนั้น เวลาที่เห็น ทำไมคล้ายว่าเป็นของเรา
กล้องถ่ายรูปของเราก็มี แต่ไม่ได้เอาออกมาใช้บ่อยนัก เรารู้สึกว่าเราไม่มีเวลา กระดาษ พู่กัน ยิ่งห่างเหิน แล้วอัลบั้มภาพถ่ายล่ะ ? แล้ววิทยุของเรา อารมณ์ของเรา จินตนาการของเรา ตัวตนของเรา ความฝันของเรา....
เราไปอยู่ที่ไหนแล้ว ?!?!
เราอีกคนหนึ่งที่มีชีวิต มีอารมณ์ มีความฝัน เราที่เดินไปกลับด้วยเท้าของเราเอง รู้กลิ่นหอมของโลกรอบข้างด้วยจมูกของเราเอง
เราวางตัวเราคนหนึ่งลง สลับเป็นตัวเราอีกคนหนึ่ง แล้วก็วางตัวเราอีกคนหนึ่งอีกครั้ง แล้วกลับไปรับผิดชอบตัวเราภาคอื่นๆ ทุกๆ ภาค
เราเห็นภาพหลายภาพ เรารู้รับผิดชอบ เรารู้การปล่อยวาง เราเดินไปในความจริง และเราโบยบินสู่ฟากฟ้า
ภาพของฉัน ภาพของเธอ ภาพของเรา
เวลาของฉัน เวลาของเธอ เวลาของเรา
ความฝันของฉัน ความจริงของเธอ อยู่ไม่ไกลกันหรอก
หล่อเลี้ยงความฝันของเราไว้ วางบางอย่างลงบ้าง เมื่อบ่าเบาลง ความฝันจะเป็นนกที่บินไปเกาะบนบ่า กลายเป็นปีกพาเราเหินไปสู่ฟ้ากว้าง
เรายังบินได้ไหว ถ้าเรากล้าจะบิน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ภาพของฉัน ฝันของใคร สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.2548