ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความฝัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความฝัน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดอกไม้ป่า



ดอกไม้ป่าดอกหนึ่ง
บานในทุ่งรกร้างแล้วก็โรยไป
ไม่ได้คิดถึงชีวิตน้อยๆ นี้
หันหน้าแย้มยิ้มให้กับดวงตะวัน
ความฉลาดที่พระเจ้ามอบให้กับเขา
เขารู้ตัวเองดี
ความปีติยินดีของเขา
บทกวีของเขา
โยกไหวแผ่วเบาเบื้องหน้าสายลม

ดอกไม้ป่าดอกหนึ่ง
บานในทุ่งรกร้างแล้วก็โรยไป
เขามองเห็นท้องฟ้าสีคราม
มองไม่เห็นความเล็กกระจ้อยร่อยของตัวเอง
ฟังเสียงอันอ่อนโยนของสายลมจนเคยชิน
 ฟังเสียงกราดเกรี้ยวของสายลมจนเคยชิน

แม้กระทั่งความฝันของตัวเองก็ยังลืมไปได้ง่าย

จากบทกวี 'อี้ ตว่อ เหย่ ฮวา'

โดย : เฉิน เมิ่ง เจีย


เรืองรอง รุ่งรัศมี แปล


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เรื่องบางเรื่องไม่ไปทำในตอนนี้ ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่ไปกระทำ (แปลเพลงจีน)

有些事現在不做 一輩子都不會做了
เรื่องบางเรื่องไม่ไปทำในตอนนี้ ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่ไปกระทำ
(เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “เพลงฝึกหัด”)

年輪裡面有鐘
ในวงปีมีนาฬิกา
皺紋裡面有鐘
ในรอยย่นบนใบหน้ามีนาฬิกา
就算暫停全世界的鐘
ถึงจะหยุดนาฬิกาทั้งหมดที่บนโลก
也停不了一秒鐘
ก็ไม่สามารถหยุดเวลาได้แม้แต่นาทีเดียว
跌倒以後有痛
หลังจากหกล้มมีความเจ็บปวด
後悔以後有痛
หลังจากสำนึกเสียใจมีความเจ็บปวด
問你最痛會是哪一種
ถามเธอว่าความเจ็บปวดอย่างที่สุดคือสิ่งใด
答案說明
คำตอบชัดเจนว่าคือ....
所有想像你的孫子孫女充滿光的瞳孔
ประกายตาแวววาวของลูกหลานทั้งชายหญิงที่เธอคิดไปถึง
正等著你開口
กำลังรอคอยเธอเปิดปากพูด
等著你說你最光輝的一次傳說
รอคอยให้เธอพูดถึงตำนานเล่าขานที่เจิดจรัสที่สุดของเธอ
每個平凡的自我都曾幻想過
คนธรรมดาสามัญทุกๆคนล้วนเคยฝันเฟื่องไปอย่างนั้น
以你為名的小說會是枯燥或是雋永
นิยายที่ตั้งตามชื่อเธอจะเป็นเรื่องแห้งแล้งจืดชืดหรือเป็นอมตะ
從前只想裝懂
เมื่อก่อนนั้นคิดแต่แสร้งทำเป็นเข้าใจ
裝做什麼都懂
แสร้งทำเป็นว่าเข้าใจไปเสียทุกๆ สิ่ง
懂得生存的規則之後卻只想要都不懂
หลังจากเข้าใจถึงกติกาที่ใช้ในการเอาชีวิตรอดแล้ว กลับคิดอยากไม่เข้าใจทุกๆ เรื่อง
如果人類的臉長得全都相同
ถ้าหากว่าใบหน้าของมนุษยชาติล้วนแต่เป็นอย่างเดียวกัน
那麼你和人們的不同就看你怎麼活
ถ้าเช่นนั้นความแตกต่างระหว่างเธอกับคนอื่น ก็ต้องดูว่าเธอใช้ชีวิตไปอย่างไร
想像你的白髮皺紋緊貼你的輪廓
จินตนาการถึงผมหงอกขาวรอยยับย่นติดแนบสนิทวงหน้าเธอ
你最終的朋友就是此刻
เพื่อนของเธอท้ายที่สุดแล้วก็คือชั่วขณะนี้
那些最瘋最愛和最痛
บรรดาเรื่องที่บ้าที่สุด รักที่สุด เจ็บปวดที่สุด
每次衝動留下的都有所不同
ทุกครั้งที่ตื่นเต้น สิ่งที่เหลือไว้ล้วนแต่ไม่เหมือนกัน
然而有天你會懂
ทว่าวันหนึ่งเธอจะเข้าใจ
就是那些讓你不同
ก็เพราะสิ่งเหล่านั้นแหละที่ทำให้เธอแตกต่าง
每滴眼淚掙脫後都帶走懦弱感動
น้ำตาทุกหยดหลังจากสลัดหลุดมาได้ ล้วนนำพาความอ่อนแอและสะเทือนใจจากไป
總在衝動後苦澀回憶都會溫柔
หลังจากความตื่นเต้นความขมปร่าที่ย้อนรำลึก ล้วนแล้วแต่จะอ่อนโยน
每個平凡的自我都曾幻想過
ตัวตนที่ดาษดื่นธรรมดา ทุกๆ คนล้วนเคยวาดภาพจินตนาการ
然而大多的自我都緊抓著某個理由
แต่ทว่าตัวตนส่วนใหญ่มักจะยึดเอาเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งไว้
每個渺小的理由都困住自由
เหตุผลอันเล็กน้อยทุกเหตุผลล้วนจองจำอิสรภาพเอาไว้
有些事情還不做
เรื่องบางเรื่องยังไม่ไปกระทำ
你的理由會是什麼?
เหตุผลของเธอคืออะไรหรือ ?


หนังเรื่อง "เพลงฝึกหัด" (練習曲 - Island Etude) เป็นหนังไต้หวัน กำกับ/เขียนบท/ถ่ายภาพโดย : เฉิน ฮว๋าย เอิน 陳懷恩 เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ไต้หวันเมื่อ 27/4/2007 ทำสถิติเข้าฉายมากโรงและยืนระยะในการฉายได้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ยุคปัจจุบันของไต้หวัน

คำพูดวรรคหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนี้พูดว่า : เรื่องบางเรื่องถ้าไม่ไปทำในตอนนี้, ทั้งชีวิตก็จะไม่ได้กระทำมัน 有些事現在不做 , 一輩子都不會做了 。เป็นที่ประทับใจผู้คนไปทั่วเมือง และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จุดแรงบันดาลใจให้คนไต้หวันลุกขึ้นมาขี่จักรยาน "ปั่นรอบเกาะ" จนกลายเป็นกระแสนิยมในวงกว้าง


เรืองรอง รุ่งรัศมี : แปล

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วัยเด็ก



เมื่อครั้งเป็นเด็กเล็กๆ
ฉันไม่รู้หนังสือ
แม่ก็คือห้องสมุด
ฉันอ่านคุณแม่

วันหนึ่ง
โลกใบนี้เกิดสันติสุข
คนบินได้
ข้าวสาลีงอกออกมาจากพื้นหิมะ
แม้แต่เงินก็ไม่มีประโยชน์...

ทองคำใช้ทำเป็นก้อนอิฐของอาคารบ้านเรือน
ธนบัตรถูกนำมาใช้ติดว่าว
เหรียญเงินถูกนำมาใช้ร่อนน้ำเล่น

ฉันจะเป็นหนุ่มน้อยนักพเนจร
นำพาผลแอปเปิ้ลชุบทองผลหนึ่ง
            เทียนแท่งสีเงินวาวเล่มหนึ่ง
            และนกกระเรียนสีแดงตัวหนึ่งที่บินมาจากอียิปต์
ท่องเที่ยวไปในนิทาน
ไปขอแต่งงานกับเจ้าหญิงในเมืองน้ำตาล...

แต่ แม่พูดว่า
"ตอนนี้เธอจะต้องทำงาน"

จากบทกวี 'เสี่ยว สือ โฮ่ว'
โดย : ลู่ หยวน
มีนาคม 1941

 เรืองรอง รุ่งรัศมี
แปล


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทะเลโอบกอดเธอไว้


ปลาตัวเล็กตัวหนึ่งถามปลาใหญ่ว่า
“ฉันได้ยินเขาพูดกันถึงทะเลอยู่บ่อยๆ แต่ว่าทะเลน่ะ มันคืออะไร?”
ปลาใหญ่ตอบว่า
“รอบๆ ตัวเธอก็คือทะเล”
ปลาเล็กร้องด้วยความตกใจ
“แต่ว่าทำไมฉันมองไม่เห็นล่ะ”
ปลาใหญ่ตอบว่า
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”

วัยเยาว์มองความฉงนและฝันใฝ่เป็นอาภรณ์ชีวิต ดวงตาของความเยาว์วัยมักมองทอดไปไกล ข้ามปลายขอบฟ้าไปถึงเรียวรุ้ง นุ่งห่มอบอุ่นในอาภรณ์อุดมคติและความวาดฝัน ชีวิตเติบใหญ่ไปกับพลังเร่าร้อน หนุ่มสาวมักมิได้มองสิ่งที่อยู่ใกล้เบื้องหน้าอย่างที่มันเป็น ดอกไม้ริมรั้ว แมงปอข้างทาง นกที่บินมา ล้วนแต่คลุมม่านความฝันเมื่อยามพบเห็น การมองจึงเป็นเสมือนไม่เห็น ความมีจึงเป็นเสมือนความลวง
มายาทำให้ฝีเท้าก้าวเดินเลื่อนลอย ความเพียรบากบั่นของวัยเยาว์ จึงชักพาชีวิตไปไกลแสนไกล ดอกไม้ในความคิดฝัน ย่อมต้องเป็นดอกที่สวยงามที่สุด ส่งกลิ่นหอมขจรขจาย เบ่งบานราวกับไม่รู้โรยรา รากหยั่งลงในดินแดนความฝัน ดอกบานอยู่บนก้อนเมฆ เป็นดอกไม้ในฝันที่เบ่งบานเฉพาะในอุดมคติของความเยาว์วัย เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้ผู้เยาว์วัยเติบโต เป็นพลังให้ต้องบากบั่นพากเพียรเดินท่องไปไกลแสนไกล เป็นเส้นทางวีรกรรมของอัศวินหนุ่มผู้สวมใส่เกราะความฝัน

อัศวินหนุ่มเดินทางไป ท่องไปสุดเขตอาณาจักรฝัน จวบกระทั่งวันหนึ่งพบว่าสองขาล้าแรง ฝีเท้าผ่อนช้า มัดกล้ามคลายตัวหย่อนเหลว
พลันนั้น ถ้อยคำสนทนาของปลากเล็กกับปลาใหญ่ก็ดังขึ้นอีก
“ฉันได้ยินเขาพูดกันถึงทะเลอยู่บ่อยๆ แต่ว่าทะเลน่ะ มันคืออะไร?”
อัศวินหนุ่มได้ยินคำถามมาจากที่ใดที่หนึ่ง และแล้วถ้อยคำที่เขาเคยได้ยินก็ดังมาอีก
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”
และแล้ว ที่ตรงรอบกายซึ่งอัศวินหนุ่มนั่งลงพักเหนื่อยนั้น เขาได้สัมผัสสายลมพัดผ่าน ผิวเนื้อชื้นเหงื่อรับรู้ถึงความเย็นสบาย บางขณะ นาสิกประสาทของเขาก็สัมผัสได้ถึงความหอมของดอกไม้ใบหญ้า และหูก็เริ่มได้ยินดนตรีที่นกและเหล่าแมลงขับขาน

อัศวินหนุ่มมองดูเส้นทางที่เขาได้เดินผ่านมา มันไกลแสนไกล จนเขาไม่เห็นจุดที่เริ่มต้นก้าวเดินในครั้งแรกอีกแล้ว วันเวลาก็ผ่านมาแสนนาน ผ่านวัน ผ่านคืน และผ่านวันผ่านคืน ผ่านชั่วโมง วัน เดือน ปี และหลายๆ ปี แรงเร้าเริ่มแรกเหมือนยังเรียบง่ายชัดเจน แต่ก็ซับซ้อนเพิ่มขึ้นกับวันเวลา
อาภรณ์อุดมคติและความวาดฝัน ยังคลุมห่มจิตวิญญาณอยู่เช่นเดิมไหม อัศวินหนุ่มถามและตอบตัวเองด้วยคำที่เหมือนเล่นลิ้น “เหมือนและไม่เหมือนในความเป็นไป”
หากว่าวัยเยาว์มิได้มอบความฉงนและความฝันใฝ่แก่เขา อัศวินหนุ่มก็ไม่รู้ว่า การเดินทางของชีวิตเขา จะเป็นเช่นเดียวกับที่ผ่านมาหรือไม่ ถึงอย่างไร ภายหลังความเหน็ดเหนื่อยและล้าโรย เขายิ้มกับตัวเองได้ว่า ดีใจที่ก้าวมา

แม้ว่าเส้นทางวีรกรรมของอัศวินหนุ่มจะเป็นเส้นทางราบเรียบธรรมดา จนถึงวันที่เขาผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง แม้ว่าสองขาของเขาจะเริ่มล้าแรง และมัดกล้ามเริ่มคลายตัวหย่อนเหลว แต่อัศวินหนุ่มก็ยิ้มภาคภูมิ เขาเด็ดดอกไม้เล็กๆ มาติดที่รังดุมคอเสื้อของเขา เสมือนประดับเหรียญเกียรติยศให้แก่นักรบชาญศึก
ดอกไม้หอม เสียงนกและเหล่าแมลงขับขานบทเพลงไพเราะ
อัศวินหนุ่มรู้แล้วว่า เขาจะก้าวเดินต่อไปเช่นไร
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”
บัดนี้ อัศวินหนุ่มมองเห็นดอกไม้พราวพรายรอบกาย


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ สำนักพิมพ์วลี สิงหาคม พ.ศ.2549

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดอกไม้กับความฝัน


อุโมงค์ข้ามถนนไม่สว่างนัก แต่ก็ไม่ถึงกับคับมือ บรรยากาศเช่นนี้ยิ่งทำให้เสียงเพลงที่ได้ยินมาให้อารมณ์เป็นพิเศษ
ซำเหมา ไม่เอาไหน และซำเหมา เอาสนุกลากกระเป๋าใบหนักเดินไปช้าๆ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่หวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”

ซำเหมาทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ภาพที่พวกเขาเห็นตรงเบื้องหน้าคือนักเพลงหนุ่มสองคน คนเล่นกีตาร์แขนขวาขาดเพียงข้อมือ เขาใช้อะไรบางอย่างรัดปิ๊กกีตาร์ไว้กับข้อมือขวา บรรเลงดนตรีและร้องเพลงอย่างเต็มอารมณ์และเต็มเสียง ข้างๆ เขามีชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เข็น ร่างกายมีตั้งแต่เหนือเข่าขึ้นมา เขาเป็นคนค่อนข้างท้วม และกำลังร้องเพลงอย่างเต็มเสียง เต็มอารมณ์ร่วมไปกับนักกีตาร์แขนขวาขาด
“ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
ออกดอกหอมบานอยู่เต็มกิ่งก้าน
ผู้ใดหรือจะมาเสาะหา
ร่องรอยของดอกไม้ด้วยความจริงใจ
ดอกไม้บานอยู่มิช้านาน
โอ...ถึงเวลาเด็ดไปเชยชมก็ควรเด็ด
หญิงสาวเป็นดั่งดอกไม้
ดอกไม้นั้นคลายดั่งความฝัน...”

มีคนหยุดฟังเพลงของนักเพลงหนุ่มในอุโมงค์ข้ามถนนนี้จำนวนหนึ่ง ต่างก็นิ่งเงียบ ในกล่องกีตาร์ที่เปิดออกวางไว้ตรงเบื้องหน้านักเพลงทั้งสอง มีเหรียญและธนบัตรอยู่เล็กน้อย
“...ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
เติบโตอยู่ในดวงใจฉัน
มีน้ำใจที่แท้ มีรักที่แท้ โดยไม่มีคนเข้าใจ
หญ้าป่าทั่วทั้งแผ่นดิน
ได้ปกคลุมไปทั้งเนินเขาแล้ว
แต่ชื่นเชยอยู่ผู้เดียว
ช่างน่าร้าวรานใจ...”

ซำเหมา เอาสนุกล้วงธนบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เดินไปหย่อนลงตรงกล่องกีตาร์ แล้วกลับมายืนฟังเพลงต่อข้างๆ ซำเหมา ไม่เอาไหน
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่เฝ้าหวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”
               
“รู้จักเพลงนี้ไหม?” ซำเหมา ไม่เอาไหนกระซิบถามซำเหมา เอาสนุกเบาๆ
“ไม่รู้จัก...แต่เดี๋ยวจะเข้าไปถาม...” ซำเหมา เอาสนุกตอบ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนแผ่วเบาไปตามสายลม
ถ้าหากเธอได้กลิ่นหอมของดอกไม้แล้ว
อย่าได้ถามฉันว่าดอกไม้นั้นแดงอร่ามเพื่อใครผู้ใด...
เคยได้มีรักจึงได้รู้ค่าน้ำหนักของน้ำใจรัก
เคยเมามายแล้วจึงรู้ว่าสุรานั้นรสเข้มข้น
ดอกไม้บานแล้วโรยร่วง
ท้ายที่สุดนั้นว่างเปล่า
บุบเพสันนิวาสมิรอใคร
เหมือนดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิมาแล้วก็จากไป
หญิงสาวเหมือนดั่งดอกไม้
ดอกไม้ก็เป็นเช่นเดียวกับความฝัน...”

สายกีตาร์สายหนึ่งขาดไปตั้งแต่ช่วงกลางเพลง แต่นักเพลงหนุ่มทั้งสองยังคงขับขานเพลงต่อไป

 เรืองรอง  รุ่งรัศมี
4/2005


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ สายลมในกิ่งหลิว เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 673 วันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2548