ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทะเลโอบกอดเธอไว้


ปลาตัวเล็กตัวหนึ่งถามปลาใหญ่ว่า
“ฉันได้ยินเขาพูดกันถึงทะเลอยู่บ่อยๆ แต่ว่าทะเลน่ะ มันคืออะไร?”
ปลาใหญ่ตอบว่า
“รอบๆ ตัวเธอก็คือทะเล”
ปลาเล็กร้องด้วยความตกใจ
“แต่ว่าทำไมฉันมองไม่เห็นล่ะ”
ปลาใหญ่ตอบว่า
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”

วัยเยาว์มองความฉงนและฝันใฝ่เป็นอาภรณ์ชีวิต ดวงตาของความเยาว์วัยมักมองทอดไปไกล ข้ามปลายขอบฟ้าไปถึงเรียวรุ้ง นุ่งห่มอบอุ่นในอาภรณ์อุดมคติและความวาดฝัน ชีวิตเติบใหญ่ไปกับพลังเร่าร้อน หนุ่มสาวมักมิได้มองสิ่งที่อยู่ใกล้เบื้องหน้าอย่างที่มันเป็น ดอกไม้ริมรั้ว แมงปอข้างทาง นกที่บินมา ล้วนแต่คลุมม่านความฝันเมื่อยามพบเห็น การมองจึงเป็นเสมือนไม่เห็น ความมีจึงเป็นเสมือนความลวง
มายาทำให้ฝีเท้าก้าวเดินเลื่อนลอย ความเพียรบากบั่นของวัยเยาว์ จึงชักพาชีวิตไปไกลแสนไกล ดอกไม้ในความคิดฝัน ย่อมต้องเป็นดอกที่สวยงามที่สุด ส่งกลิ่นหอมขจรขจาย เบ่งบานราวกับไม่รู้โรยรา รากหยั่งลงในดินแดนความฝัน ดอกบานอยู่บนก้อนเมฆ เป็นดอกไม้ในฝันที่เบ่งบานเฉพาะในอุดมคติของความเยาว์วัย เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้ผู้เยาว์วัยเติบโต เป็นพลังให้ต้องบากบั่นพากเพียรเดินท่องไปไกลแสนไกล เป็นเส้นทางวีรกรรมของอัศวินหนุ่มผู้สวมใส่เกราะความฝัน

อัศวินหนุ่มเดินทางไป ท่องไปสุดเขตอาณาจักรฝัน จวบกระทั่งวันหนึ่งพบว่าสองขาล้าแรง ฝีเท้าผ่อนช้า มัดกล้ามคลายตัวหย่อนเหลว
พลันนั้น ถ้อยคำสนทนาของปลากเล็กกับปลาใหญ่ก็ดังขึ้นอีก
“ฉันได้ยินเขาพูดกันถึงทะเลอยู่บ่อยๆ แต่ว่าทะเลน่ะ มันคืออะไร?”
อัศวินหนุ่มได้ยินคำถามมาจากที่ใดที่หนึ่ง และแล้วถ้อยคำที่เขาเคยได้ยินก็ดังมาอีก
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”
และแล้ว ที่ตรงรอบกายซึ่งอัศวินหนุ่มนั่งลงพักเหนื่อยนั้น เขาได้สัมผัสสายลมพัดผ่าน ผิวเนื้อชื้นเหงื่อรับรู้ถึงความเย็นสบาย บางขณะ นาสิกประสาทของเขาก็สัมผัสได้ถึงความหอมของดอกไม้ใบหญ้า และหูก็เริ่มได้ยินดนตรีที่นกและเหล่าแมลงขับขาน

อัศวินหนุ่มมองดูเส้นทางที่เขาได้เดินผ่านมา มันไกลแสนไกล จนเขาไม่เห็นจุดที่เริ่มต้นก้าวเดินในครั้งแรกอีกแล้ว วันเวลาก็ผ่านมาแสนนาน ผ่านวัน ผ่านคืน และผ่านวันผ่านคืน ผ่านชั่วโมง วัน เดือน ปี และหลายๆ ปี แรงเร้าเริ่มแรกเหมือนยังเรียบง่ายชัดเจน แต่ก็ซับซ้อนเพิ่มขึ้นกับวันเวลา
อาภรณ์อุดมคติและความวาดฝัน ยังคลุมห่มจิตวิญญาณอยู่เช่นเดิมไหม อัศวินหนุ่มถามและตอบตัวเองด้วยคำที่เหมือนเล่นลิ้น “เหมือนและไม่เหมือนในความเป็นไป”
หากว่าวัยเยาว์มิได้มอบความฉงนและความฝันใฝ่แก่เขา อัศวินหนุ่มก็ไม่รู้ว่า การเดินทางของชีวิตเขา จะเป็นเช่นเดียวกับที่ผ่านมาหรือไม่ ถึงอย่างไร ภายหลังความเหน็ดเหนื่อยและล้าโรย เขายิ้มกับตัวเองได้ว่า ดีใจที่ก้าวมา

แม้ว่าเส้นทางวีรกรรมของอัศวินหนุ่มจะเป็นเส้นทางราบเรียบธรรมดา จนถึงวันที่เขาผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง แม้ว่าสองขาของเขาจะเริ่มล้าแรง และมัดกล้ามเริ่มคลายตัวหย่อนเหลว แต่อัศวินหนุ่มก็ยิ้มภาคภูมิ เขาเด็ดดอกไม้เล็กๆ มาติดที่รังดุมคอเสื้อของเขา เสมือนประดับเหรียญเกียรติยศให้แก่นักรบชาญศึก
ดอกไม้หอม เสียงนกและเหล่าแมลงขับขานบทเพลงไพเราะ
อัศวินหนุ่มรู้แล้วว่า เขาจะก้าวเดินต่อไปเช่นไร
“ทะเลอยู่ภายในตัวเธอ และก็อยู่ภายนอกตัวเธอ เธอเกิดจากทะเล และในที่สุดก็จะคืนกลับสู่ทะเล ทะเลโอบกอดเธอไว้ เสมือนว่าคือร่างกายของเธอเอง”
บัดนี้ อัศวินหนุ่มมองเห็นดอกไม้พราวพรายรอบกาย


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ สำนักพิมพ์วลี สิงหาคม พ.ศ.2549

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ยุคสมัย


วันเวลา
เพิ่มรอยประสบการณ์แก่ชีวิต
พร้อมๆ กันก็ทำให้ผู้คนเลอะเลือน
ตัวตนที่แท้
สะท้อนออกมาทั้งโดยตั้งใจและมิตั้งใจ
กระบี่ที่บิน
ควรค่าแก่การชื่นชมคารวะหากใช้ถูกทาง
น่าสมเพชเวทนาหากกวัดแกว่งฟาดฟันโดยไร้กติกา
ผู้พกพากระบี่
เป็นได้ทั้งจอมยุทธ์และอันธพาลเกเร
ขึ้นอยู่กับตัวตนของเขา
วันเวลา
สามารถสร้างและฆ่าผู้ถือกระบี่
เพราะด้วยตัวตนของเขา



ยุคสมัยที่ผู้คนพกพาดาบ กระบี่ หรือปืนโดยเปิดเผยคลี่คลายตัว อาวุธวันนี้มิได้มองเห็นโดยง่าย
แม้ว่ามีดและปืนจะยังคงเป็นอาวุธที่น่ากลัว แต่อาวุธหลายชนิดของคนยุคนี้ กลับน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ
รอยยิ้ม คำพูด ปากกา กล้องถ่ายรูป กล้องโทรทัศน์ หน้ากระดาษ งานสื่อสารมวลชน พรรคการเมือง นักเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษา โมฆะบุรุษ เหล่านี้ล้วนทำร้ายผู้อื่นและสังคมได้
มืออาชีพหรือนักวิชาชีพก็ทำร้ายผู้อื่นและสังคมได้ เขาพกพาอาวุธหรือกลายเป็นอาวุธ ทำอันตรายหรือทำประโยชน์ขึ้นอยู่กับตัวตนของเขา แสดงออกทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
การพร่ามัวต่อกฎกติกาเพียงเล็กน้อย ผลกระทบตามมาอาจคือการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของคุณ เรื่องเล็กๆ บางเรื่องส่งผลให้สงครามความคิดที่รอวันก่อตัว ไม่อาจเกิดขึ้น
บางทีหน่วยเชื้อของการปฏิวัติก็ตายลงง่ายๆ เพียงเพราะมืออันโง่เขลาแตะต้อง
กว่าที่จะหยัดร่างท้าทายแดดลม ต้องผ่านเวลาและอุปสรรคมากมาย
กว่าที่ลำต้นความคิดจะชูยอดสูง เตรียมกิ่งเตรียมก้านเพื่อให้ดอกใบอวดตัวเด่นชัด ประกาศเผ่าพันธุ์ที่แท้ ต้องผ่านการอำพรางต่อศัตรู รอคอยเวลาเหมาะสม
กว่าจะตระเตรียมกระบี่คมได้พร้อม ต้องทุ่มเท อดทนเพียงใด
แต่แล้ว... บางมือเป่าปากชี้บอกทิศทาง ประดุจมือสังหารที่ตระเตรียมการ ถูกบีบคั้นให้ออกจากที่ซ่อนตัว ที่เขามารอกระทำการอยู่ ณ ที่โล่งแจ้งนั้น เขาเดินโดดเดี่ยวกลับไปด้วยอาการปกติ ในความเงียบงันของเขา ยากจะมีใครเข้าใจว่า การสังหารศัตรูที่ยิ่งใหญ่ ยากจะเป็นจริงได้แล้ว

ยุคสมัยที่พกพาดาบ กระบี่ และปืน โดยเปิดเผยผ่านไปแล้ว หัวใจและปณิธานยิ่งใหญ่ของผู้คนก็ผ่านไปกับยุคสมัยด้วย ผู้คนทำงานเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ มีชื่อเสียงเพื่ออวดโอ่ มีตัวตนเพียงแค่ตัวกูของกู
วันเวลา ได้ฆ่าผู้กล้า ผู้มีปณิธานยิ่งใหญ่ไปเท่าใดแล้ว
ยุคสมัยหรือตัวของเขากันแน่ ที่ไร้สาระแก่นสาร
ประสบการณ์ชีวิตเป็นแต่เพียงริ้วรอยสกปรกเปรอะเปื้อน หัวใจและความคิดเลอะเทอะยิ่งกว่า เป็นเพียงตรอกแคบโสมม ถือเศษเหล็กสนิทกินเนื้อใน ทว่าอวดอ้างว่าคือเหล็กไหลเนื้อดี
แสงแดดส่องฉายเพียงใด ตรอกแคบสกปรกก็ยังทอดตัวสู่ความเสื่อมทราม
คนเล็กๆ ที่เดินจากไปอย่างปกติธรรมดา ในความเงียบงันของเขา ยากนักที่จะมีใครเข้าใจว่า เขาได้เดินจากความมุ่งมั่นและปณิธานของเขาแล้ว ด้วยความจำใจ
เป็นตัวตนของเขาหรือยุคสมัยกันแน่ ที่ทำให้เป็นเช่นนี้

วันเวลา
เพิ่มรอยประสบการณ์แก่ชีวิต
นำพาเอาสติ ความแจ่มใสไปจากผู้คน
เพิ่มความเลอะเทอะเปรอะเปื้อน
ประกอบกันเป็นยุคสมัยอันอับทึบนี้


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ สำนักพิมพ์วลี สิงหาคม พ.ศ.2549

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตัวข้าที่แท้



ผู้คนในโลกใช้ชีวิตไปต่างๆ นานา การมีชีวิตอยู่ในวงสังคมก็เป็นเช่นเดียวกับอยู่ในแวดวงยุทธจักร “คนในยุทธจักรไม่อาจเป็นตัวของตัวเองได้” ผู้คนไม่น้อยรู้สึกลึกซึ้งกับถ้อยคำๆ นี้ เป็นถ้อยคำที่เรียนรู้ด้วยความขมขื่นปวดร้าว
ยิ่งหากผู้ใดยึดถือหลักการเยี่ยงอย่างจอมยุทธ์ เขายิ่งมักต้องขมขื่นปวดร้าวยิ่งขึ้นกับถ้อยคำ “คนในยุทธจักรมิอาจเป็นตัวของตัวเองได้” เพราะเหตุว่าจอมยุทธ์นั้นมีสิ่งที่ไม่อาจกระทำ และมีสิ่งที่ไม่อาจไม่กระทำ
ไม่ว่าจะอย่างไร ในบางเรื่องราวเขาพึงจำต้องไม่กระทำ ขณะเดียวกันในอีกมากหลายเรื่องราว เขาก็มิอาจจะไม่กระทำ ทั้งทำและไม่กระทำ บ่อยครั้งกล้ำกลืนเจ็บปวด บางครั้งอ้างว้างเปลี่ยวเหงา คับข้องอยู่ในหัวใจ บางคราก็นึกตำหนิตนเองว่า ไยต้องยึดถือกฎเกณฑ์เคร่งครัดเช่นนี้แต่ผู้เดียว

หากมิใช่วิญญูชนจอมปลอม ชีวิตที่เป็นไปเหมือนสวมบทบาทละครซ่อนเร้น ในบางขณะผู้คนจึงปรารถนาให้ตนได้คืนสู่ความเป็น “ตัวข้าที่แท้” คนที่มีความเป็น “ตัวข้าที่แท้” ที่มิได้จริงจังมั่นคง คนที่มิได้เป็นวิญญูชนไหนเลยจะเปล่าเปลี่ยวเจ็บปวด คับแค้นลึกซึ้งจนต้องร่ำร้องเรียกหาความเป็น “ตัวข้าที่แท้” เช่นนี้ได้ คนที่ไร้พันธนาการไหนเลยจะต้องเรียกร้องถึงการปลดปล่อย
แท้จริงแล้วขณะที่ตัวเขาร่ำหาตัวข้าที่แท้ ก็มักเป็นเวลาที่ความเป็น “ตัวข้าที่แท้” ของเขา เผยตัวออกมาปะทะกับความคับแค้นขมขื่น สร้างความเจ็บปวดจนเขาอยากร่ำร้องขอความเป็นธรรมต่อโลก เขาเพียงปรารถนาในความรื่นเริงหรรษากว่านี้ เขาเพียงปรารถนาที่จะออกจากภาวะที่ “มิอาจกระทำ” หรือ “มิอาจไม่กระทำ” อันทุรนทุรายนี้
คนที่มิได้มี “ตัวข้าที่แท้” คู่เคียงสนิทแนบกับจิตวิญญาณ ไหนเลยจะมีพันธนาการไร้รูปอันซับซ้อนนี้ หากเขาเปลี่ยนบทบาทท่าที และหลักยึดถือไปตามสถานการณ์อยู่ทุกเช้าค่ำ เขาไหนเลยจะต้องไปสู่ภาวะนำพานาวาปะทะเกาะแก่ง ทั้งที่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้ย่อมต้องเหนื่อยล้า และลำนาวาก็อาจแตกพังล่มสลายได้

ที่เขาร่ำหาความเป็นตัวข้าที่แท้ แท้จริงแล้วคือความเปล่าเปลี่ยว เจ็บปวด คับแค้น หวั่นไหว เขาเพียงแต่ร่ำร้องออกมาปลอบประโลมตนเอง เขาเพียงแต่ร่ำร้องออกมาเพื่อเตือนตนเองให้อย่าลืมเลือน ให้อภัยต่อภาวะอับจนขมขื่นของชีวิตนี้
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังคงเลือกไม่กระทำในสิ่งอันไม่อาจกระทำ และเลือกที่จะกระทำในสิ่งอันมิอาจไม่กระทำต่อไป
ไม่ว่าจะมีคนที่เห็นใจ หรือไร้ผู้ที่เข้าใจในการกระทำของเขา เขาก็ต้องกระทำไปอย่างนี้
แม้แต่ผู้ที่มุ่งมั่นกระทำตัวเยี่ยงคนนอกยุทธจักร ที่ชืดชาต่อกฎเกณฑ์ประเพณีสังคมอันเคร่งครัดทั้งหลาย บ่อยครั้งก็ยังจำต้องไม่กระทำในสิ่งที่ไม่อาจกระทำ และจำต้องกระทำในสิ่งที่ไม่อาจไม่กระทำ เนื่องเพราะเขามีกฎเกณฑ์ส่วนตัวที่จำจะต้องยึดถือเคร่งครัดยิ่งกว่า ไม่ว่าเขาจะทำตัวกลมกลืนกับโลก หรือไม่กลมกลืนกับโลกเพียงไร เขาก็ยังคือตัวเขา ตัวเขาที่แท้ที่หลายครั้งต้องร่ำร้องเรียกหาความเป็นข้าที่แท้ด้วยความเจ็บปวดขื่นร้าว

ภายใต้มายาแห่งภาพลักษณ์หลากหลาย มีเพียงตัวตนของตัวเท่านั้น ที่จะให้คำตอบอย่างสัตย์ซื่อต่อตัวเองได้ว่า แท้จริงแล้วความเป็นตัวตนที่แท้ของเขายังคงอยู่ไหม
แม้จะมิได้ถือดาบถือกระบี่เช่นดั่งยุคสมัยของนิยายยุทธจักรอีกแล้ว แต่ดาบและกระบี่ยุคใหม่นั้นไร้รูป กระบวนท่าก็ยิ่งซับซ้อนพลิกแพลง ในยุคสมัยอันซับซ้อนสับสนเช่นนี้ จะมีผู้คนกี่คนที่สามารถครองตนถือสันโดษ เร้นกายอยู่นอกยุทธจักรได้ตลอดรอดฝั่ง จะมีผู้คนเท่าไรที่มุ่งมั่นครองตนอยู่นอกยุทธจักร กระทำในสิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยเข้าใจ โดยที่มิอาจเรียกร้องซึ่งความเข้าใจและเห็นใจจากผู้คนเลย
การเป็นคนในยุทธจักรนั้นยาก แต่การครองตนเยี่ยงคนนอกยุทธจักรนั้น จำต้องอาศัยหัวใจที่แกร่งยิ่งกว่า

รอยแผลจากคมกระบี่ย่อมเกิดขึ้นได้กับผู้ยืนหยัดต่อสู้ หากแต่เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นแล้ว มิควรสูญเสียซึ่งความมั่นใจ รอยกระบี่ในกายของเราบางรอย อาจเกิดจากความพลาดพลั้งมิได้ตั้งใจของผู้อื่น เขาอาจถือกระบี่เก้งก้างเกินไป เราอาจเดินไปชนคมกระบี่บางคมโดยที่เจ้าของกระบี่มิได้ฟาดฟันออกมา เพียงเพราะเราต่างเป็นเช่นดั่งคนในแวดวงยุทธจักร เราต่างเดินผ่านไปมาใต้เงากระบี่ไร้รูป ปลุกหัวใจยิ่งใหญ่ของเราคืนมา ผ่านพ้นไปให้ได้จากความเจ็บปวด ทั้งในรอยกระบี่ที่ตั้งใจและมิตั้งใจ เก็บคมกระบี่แนบกายอย่าให้ไปบาดผู้อื่น กระบี่ของเราบาดตัวเราบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรทำร้ายผู้อื่น ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
จิตวิญญาณของจอมยุทธนั้นเมตตาในมือกระบี่ทุกผู้ และพร้อมจะอภัยให้กับผู้อื่น เพราะเขารู้ว่าผู้อื่นมากหลายต่างก็ล้วนคับแค้นขมขื่น ไม่อาจเป็นตัวของตัวเองเช่นเดียวกับตนเอง
สำหรับจอมยุทธ์ หากผู้อื่นวิ่งมาชนคมกระบี่ของเขา โดยที่เขามิได้ตั้งใจ เขามิอาจไม่ตำหนิลงโทษตัวเองที่ถือคมกระบี่ไม่ดี จนคมของมันทำร้ายผู้อื่น ดังนั้น เขาจึงระมัดระวังการถือกระบี่ของเขาอย่างยิ่ง และเขาก็พยายามพัฒนากำลังฝีมือของตนให้เข้าสู่ภาวะสูงล้ำ ที่มิได้มีกระบี่ทั้งที่ใจและที่ในมือ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ หมาป่าบนทุ่งกระดาษ สำนักพิมพ์วลี สิงหาคม พ.ศ.2549