ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นกกระจอก



ไม่ว่าฝนจะตก ลมจะพัดแรง
อาทิตย์ละครั้ง
พ่อแม่เข็นฉันออกจากห้องผู้ป่วยมะเร็งที่โรงพยาบาลไถต้า
เข็นเข้าไปเลี้ยงนกกระจอกในสวนสาธารณะที่ระลึกสันติภาพ...
นกกระจอกถึงจะเล็ก
พวกมันไม่กลัวฝนซัด ลมกรรโชก
ลมแรงฝนหนักซัดสาดให้เสื้อผ้าของพวกมันเปียกชุ่มได้
แต่ไม่อาจซัดสาดให้ความปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ของพวกมันเปียกชุ่มโชก
และพวกมันก็ไม่กลัวแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าร้อง
ถึงจะเป็นการขู่ขวัญของมะเร็ง
พวกมันก็ไม่เก็บมาให้รกอยู่ในใจ

โจวตากวน
กวีรุ่นเยาว์ชาวไต้หวัน ขณะอายุ 9 ขวบ

เรืองรอง  รุ่งรัศมี แปลและเรียบเรียง
2004


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง สำนักพิมพ์ชวนอ่าน มีนาคม พ.ศ.2551

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดอกไม้กับความฝัน


อุโมงค์ข้ามถนนไม่สว่างนัก แต่ก็ไม่ถึงกับคับมือ บรรยากาศเช่นนี้ยิ่งทำให้เสียงเพลงที่ได้ยินมาให้อารมณ์เป็นพิเศษ
ซำเหมา ไม่เอาไหน และซำเหมา เอาสนุกลากกระเป๋าใบหนักเดินไปช้าๆ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่หวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”

ซำเหมาทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ภาพที่พวกเขาเห็นตรงเบื้องหน้าคือนักเพลงหนุ่มสองคน คนเล่นกีตาร์แขนขวาขาดเพียงข้อมือ เขาใช้อะไรบางอย่างรัดปิ๊กกีตาร์ไว้กับข้อมือขวา บรรเลงดนตรีและร้องเพลงอย่างเต็มอารมณ์และเต็มเสียง ข้างๆ เขามีชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เข็น ร่างกายมีตั้งแต่เหนือเข่าขึ้นมา เขาเป็นคนค่อนข้างท้วม และกำลังร้องเพลงอย่างเต็มเสียง เต็มอารมณ์ร่วมไปกับนักกีตาร์แขนขวาขาด
“ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
ออกดอกหอมบานอยู่เต็มกิ่งก้าน
ผู้ใดหรือจะมาเสาะหา
ร่องรอยของดอกไม้ด้วยความจริงใจ
ดอกไม้บานอยู่มิช้านาน
โอ...ถึงเวลาเด็ดไปเชยชมก็ควรเด็ด
หญิงสาวเป็นดั่งดอกไม้
ดอกไม้นั้นคลายดั่งความฝัน...”

มีคนหยุดฟังเพลงของนักเพลงหนุ่มในอุโมงค์ข้ามถนนนี้จำนวนหนึ่ง ต่างก็นิ่งเงียบ ในกล่องกีตาร์ที่เปิดออกวางไว้ตรงเบื้องหน้านักเพลงทั้งสอง มีเหรียญและธนบัตรอยู่เล็กน้อย
“...ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
เติบโตอยู่ในดวงใจฉัน
มีน้ำใจที่แท้ มีรักที่แท้ โดยไม่มีคนเข้าใจ
หญ้าป่าทั่วทั้งแผ่นดิน
ได้ปกคลุมไปทั้งเนินเขาแล้ว
แต่ชื่นเชยอยู่ผู้เดียว
ช่างน่าร้าวรานใจ...”

ซำเหมา เอาสนุกล้วงธนบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เดินไปหย่อนลงตรงกล่องกีตาร์ แล้วกลับมายืนฟังเพลงต่อข้างๆ ซำเหมา ไม่เอาไหน
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่เฝ้าหวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”
               
“รู้จักเพลงนี้ไหม?” ซำเหมา ไม่เอาไหนกระซิบถามซำเหมา เอาสนุกเบาๆ
“ไม่รู้จัก...แต่เดี๋ยวจะเข้าไปถาม...” ซำเหมา เอาสนุกตอบ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนแผ่วเบาไปตามสายลม
ถ้าหากเธอได้กลิ่นหอมของดอกไม้แล้ว
อย่าได้ถามฉันว่าดอกไม้นั้นแดงอร่ามเพื่อใครผู้ใด...
เคยได้มีรักจึงได้รู้ค่าน้ำหนักของน้ำใจรัก
เคยเมามายแล้วจึงรู้ว่าสุรานั้นรสเข้มข้น
ดอกไม้บานแล้วโรยร่วง
ท้ายที่สุดนั้นว่างเปล่า
บุบเพสันนิวาสมิรอใคร
เหมือนดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิมาแล้วก็จากไป
หญิงสาวเหมือนดั่งดอกไม้
ดอกไม้ก็เป็นเช่นเดียวกับความฝัน...”

สายกีตาร์สายหนึ่งขาดไปตั้งแต่ช่วงกลางเพลง แต่นักเพลงหนุ่มทั้งสองยังคงขับขานเพลงต่อไป

 เรืองรอง  รุ่งรัศมี
4/2005


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ สายลมในกิ่งหลิว เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 673 วันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2548 

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง



บีโธเฟน1 หูหนวกทั้งสองข้าง
เจิ้งหลงสุ่ย2 ตาบอดทั้งสองข้าง
ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง
ฉันจะยืนบนโลก

เฮเลน เคลเลอร์3 ตาบอดทั้งสองข้าง
เจิ้งเฟิงสี่4 ขาพิการทั้งสองข้าง
ฉัยยังมีขาอีกข้างหนึ่ง
ฉันจะเดินไปทั่วโลกที่งดงามนี้


บทกวีนี้เขียนโดย โจวต้ากวน เด็กชายชาวไต้หวันอายุ 9 ขวบ กวีรุ่นเยาว์ผู้ต่อสู้กับมะเร็งร้าย โดยต้องผ่านการผ่าตัด 3 ครั้ง เคมีบำบัด 7 ครั้ง ฉายรังสี (โคบอลท์-60) 30 ครั้ง และต้องถูกตัดขาขวาออก แต่เขาก็ยังกล้าหาญที่จะต่อสู้ เพื่อมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
...แม้เขาจะจากโลกนี้ไปเมื่ออายุไม่ถึง 10 ขวบ แต่ผู้คนที่รักและรู้จักเขายังสดุดีถึงความกล้าหาญ จิตใจอันบริสุทธิ์และบทกวีที่จับใจอยู่เสมอ สิ่งนี้เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์อันมีคุณค่าที่เขาได้หว่านเอาไว้ทั่วโลก

1 บีโธเฟน (Ludwig Van Beethoven ค.ศ.1770-1827) นักดนตรีคลาสสิคและนักแต่งเพลงซิมโฟนีที่ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมัน เริ่มฉายแววทางดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย โดยแสดงดนตรีครั้งแรก เมื่ออายุเพียง 7 ขวบ ต่อมาเขาย้ายไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย เขาสูญเสียการได้ยิน เมื่ออายุ 31 ปี แต่ก็ยังสามารถประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่มากมาย
2 เจิ้งหลงสุย (ค.ศ.1959- ) สมาชิกสภานิติบัญญัติผู้พิการทางสายตาคนแรกของไต้หวัน ผู้ก่อตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อผู้พิการทางสายตา
3 เฮเลน เคลเลอร์ (Helen Keller ค.ศ.1890-1968) นักเขียนและนักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกันผู้พิการหูหนวก เป็นใบ้ และตาบอด หนังสืออัตชีวประวัติของเธอ มีฉบับภาษาไทยชื่อ “ชีวิตของข้าพเจ้า” พิมพ์อยู่ในชุดหนังสือเสรีภาพ โดยสำนักพิมพ์ก้าวหน้า
4 เจิ้งเฟิงสี่ (ค.ศ.1943-1975) ชายพิการขาทั้งสองข้าง ครอบครัวยากจน แต่สู้ชีวิตจนเรียนจบปริญญา เป็นครูและนักเขียน ได้รับยกย่องให้เป็นเยาวชนตัวอย่างของไต้หวัน เมื่อปี ค.ศ. 1974 ประวัติชีวิตของเขาเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อไทยว่า “ที่รักอย่าจากฉันไป” กำกับโดย หลี่สิง หนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง “เรือน้อยกลางมหาสมุทร” แปลเป็นภาษาไทยโดย เจริญชัย  พิชิตฉัตรธนา โดยใช้ชื่อ “ที่รักอย่าจากฉันไป” ตามชื่อเรื่องภาพยนตร์ภาษาไทย

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
แปลและเรียบเรียง
2007

พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง สำนักพิมพ์ชวนอ่าน มีนาคม 2551