ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เพลงรัก 1980 恋曲1980

เพลงรัก 1980 
恋曲1980 
liàn qū  1980

你曾经对我说 你永远爱著我
nǐ céng jīng duì wǒ shuō  nǐ yǒng yuǎn ài zhe wǒ
เธอเคยบอกกับฉันว่า เธอนั้นรักฉันมั่นคงนิรันดร
爱情这东西我明白 但永远是甚么
ài qíng zhè dōng xī wǒ míng bái  dàn yǒng yuǎn shì shèn me
เจ้าสิ่งที่เรียกว่าความรักนั้นฉันเข้าใจ  แต่ว่านิรันดรนั้นคือสิ่งใด?
姑娘你别哭泣 我俩还在一起
gū niáng nǐ bié kū qì  wǒ liǎng hái zài yī qǐ
แม่นางเอย  เธอจงอย่าได้ร่ำไห้  เราสองยังอยู่ร่วมกันอยู่
今天的欢乐将是 明天永远的回忆
jīn tiān de huān lè jiāng shì   míng tiān yǒng yuǎn de huí yì
ความรื่นเริงในวันนั้น  จะกลายมาเป็นความเจ็บปวดยามรำลึกถึงในวันพรุ่งนี้
今天的欢乐将是 明天永远的回忆
jīn tiān de huān lè jiāng shì   míng tiān yǒng yuǎn de huí yì
ความรื่นเริงในวันนั้น  จะกลายมาเป็นความเจ็บปวดยามรำลึกถึงในวันพรุ่งนี้
甚么都可以抛弃 甚么也不能忘记
shèn me dōu kě yǐ pāo qì  shèn me yě bù néng wàng jì
สิ่งใดๆ ก็เป็นสิ่งที่ละทิ้งได้  สิ่งใดๆ ก็อย่าได้ลืมเลือน
现在你说的话 都只是你的勇气
xiàn zài nǐ shuō de huà  dōu zhī shì nǐ de yǒng qì
ถ้อยคำที่เธอกล่าวในบัดนี้  ล้วนแต่เป็นเพียงความกล้าหาญของเธอ
春天刮著风 秋天下著雨
chūn tiān guā zhe fēng  qiū tiān xià zhe yǔ
ฤดูใบไม้ผลิสายลมพรายพัด  ฤดูใบไม้ร่วงสายฝนหลั่ง
春风秋雨 多少海誓山盟随风远去
chūn fēng qiū yǔ  duō shǎo hǎi shì shān méng suí fēng yuǎn qù
สายลมฤดูใบไม้ผลิ  สายฝนฤดูใบไม้ร่วงและถ้อยคำสาบาน 
อันสะเทือนฟ้าสะเทือนดินจำนวนเท่าไร  พัดลอยไกลไปกับสายลม

亲爱的 莫再说 你我永远不分离
qīn ài de  mò zài shuō  nǐ wǒ yǒng yuǎn bù fēn lí
โอ้...ที่รัก  อย่าได้พูดอีกเลย  ว่าเธอและฉันจะไม่แยกจากกันนิรันดร
你不属于我  我也不拥有你
nǐ bù shǔ yú wǒ  wǒ yě bù yǒng yǒu nǐ
เธอมิได้เป็นของฉัน  และฉันก็มิได้ครอบครองเป็นเจ้าของเธอ
姑娘世上 没有人有占有的权利
gū niáng shì shàng  méi yǒu rén yǒu zhàn yǒu de quán lì
แม่นางเอย  โลกนี้ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ที่จะยึดครอง
或许我们分手 就这么不回头
huò xǔ wǒ men fēn shǒu  jiù zhè me bù huí tóu
บางทีเราอาจต้องแยกจากกัน  และไม่เหลียวหลังกลับมาเช่นนี้เอง
至少不用编织一些 美丽的藉口
zhì shǎo bù yòng biān zhī yī xiē  měi lì de jí kǒu
แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องถักร้อยถ้อยคำสวยหรูเพื่อกล่าวอ้าง

亲爱的 莫再说 你我永远不分离
qīn ài de  mò zài shuō  nǐ wǒ yǒng yuǎn bù fēn lí
โอ้...ที่รัก  อย่าได้พูดอีกเลย  ว่าเธอและฉันจะไม่แยกจากกันนิรันดร
亲爱的 莫再说 你我永远不分离
qīn ài de  mò zài shuō  nǐ wǒ yǒng yuǎn bù fēn lí
โอ้...ที่รัก  อย่าได้พูดอีกเลย  ว่าเธอและฉันจะไม่แยกจากกันนิรันดร
亲爱的 莫再说 你我明天要分离
qīn ài de  mò zài shuō  nǐ wǒ míng tiān yào fēn lí
โอ้...ที่รัก  อย่าได้พูดอีกเลย  ว่าพรุ่งนี้เธอและฉันจะแยกจากกัน
亲爱的 莫再说 你我永远不分离
qīn ài de  mò zài shuō  nǐ wǒ yǒng yuǎn bù fēn lí
โอ้...ที่รัก  อย่าได้พูดอีกเลย  ว่าเธอและฉันจะไม่แยกจากกันนิรันดร






เรืองรอง รุ่งรัศมี
พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ “กิ่งไผ่และดวงโคม”

Check out this video on YouTube:

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

50

 อายุน้อยๆ ข้าพเจ้าเคยคิดว่าคนอายุเกิน 40 นั้นเป็นผู้ใหญ่ แล้วพออายุเข้า 50 ก็แก่ แล้วคนแก่นั้นก็ต้องใช้ชีวิตไปตามประสาแก่
ไม่เคยคิดเลยว่า ประเดี๋ยวเดียวข้าพเจ้าก็อายุ 50 ยังไม่ทันรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่พอ ยิ่งไม่ยอมรับว่าอารมณ์ความรู้สึกของตนจะ "แก่"
ก็ข้าพเจ้ายังเป็นผู้ชายที่ชอบใส่กำไลเงินที่ข้อมือ และออกจะสนับสนุนให้เด็กหนุ่มไว้ผมยาว เด็กสาวซอยผมสั้น หากว่าเขาและเธอรู้สึกว่าการทำเช่นนั้นทำให้ดูดี และเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิต
ข้าพเจ้ารู้สึกว่านั่นก็ไม่ต่างกับการที่เด็กเล็กชอบไอศครีม ผู้ใหญ่ชอบดื่มเหล้า เบียร์ บางคนชอบนั่งสมาธิ บางคนชอบเข้าวัด ทั้งหมดนั้นล้วนแต่คือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิตทั้งนั้น. หากไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าตนเป็นผู้มีทัศนะที่ถูกต้องที่สุดในโลก

แต่โลกก็มักไม่ใช่โลกที่สมบูรณ์แบบเช่นนั้นเสมอ
ในวัยห้าสิบ ข้าพเจ้าพูดคุยกับมิตรสหายบางคน และพบว่าเราต่างยังมีอารมณ์ความรู้สึกของเด็กหนุ่มเด็กสาวอยู่ในตัว. เรากลับมาค้นพบความจริงว่าคนในวัยอย่างเรา หรือคนในวัยที่แก่กว่าเรามากๆ ก็ยัง "ตกหลุมรัก" คนได้
เวลาที่เห็นผู้ชายผู้หญิงอายุต่างกันมากๆ อยู่ด้วยกัน ข้าพเจ้าไม่รีบคิดว่าเป็นเรื่องของ "โคแก่หญ้าอ่อน" หรือ "ไก่แก่แม่ปลาช่อน" อีกต่อไป.
สารภาพด้วยความจริงใจว่าข้าพเจ้าออกจะคารวะหัวใจของพวกเขา และรู้สึกขอบคุณโลกที่ได้นำชีวิตด้านที่อ่อนโยน และเอื้ออาทรมาให้กับชีวิตของคนที่เดินทางระหกระเหิน ไม่ให้ต้องโดดเดี่ยว และหนาวเย็นเกินไป

แต่โลกก็มิได้สมบูรณ์แบบ
ไม่ใช่คนทุกคนที่ยอมมองดูและค้นให้พบด้านที่อ่อนโยนงดงามของชีวิต แม้กระทั่งผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ด้วยกัน ก็มิได้มีแต่ด้านดีงามทุกคู่
การเสแสร้งหลอกลวงนั้น ก็เป็นความจริงของชีวิต
หรือแม้จะจริงใจกันก็เถิด เมื่อถึงยามที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องจากไป ทั้งจากเป็นหรือจากตาย โลกภายหลังจากนั้นก็ไม่ใช่โลกอันสมบูรณ์แบบอยู่ดี
แต่จะทำอย่างไรได้อีกล่ะ
ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เอง


เรืองรอง รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “สายลมในกิ่งหลิว” เนชั่นสุดสัปดาห์

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เทพนิยาย 神話 แปลเพลงจีน

作詞:瓊瑤 /
作曲:古月 /
編曲:李士先 /
演唱:錦繡二重唱

เพลง 'เสิน ฮว่า'神話
คำร้อง : ฉง หยาว
ขับร้อง : ลว๋อ จี๋ เจิ้น / หลี่ ปี้ ฮว๋า


男:他們說世界上沒有神話
พวกเขาบอกว่าบนโลกนี้ไม่มีเทพนิยาย
他們說感情都是虛假
พวกเขาบอกว่าอารมณ์ความรู้สึกล้วนแต่เป็นเรื่องจอมปลอม
女:他們說不要做夢不要寫詩
พวกเขาบอกว่าอย่าได้มีความฝัน อย่าได้เขียนบทกวี
  他們說我們都已經長大
พวกเขาบอกว่าพวกเราล้วนแต่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

男:誰聽說成人的世界裡 還有童話
ผู้ใดที่ได้ยินมาว่า ในโลกของผู้ใหญ่ยังมีนิทานอยู่อีก
  但是我遇見了妳呀妳 遇見了妳
แต่ว่าฉันได้พบกับเธอ โอ้ เธอ
合:是東方夜譚 
ได้พบกับเธอ คือเรื่องมหัศจรรย์ดั่งเรื่องอาหรับราตรี
啊是童話是神話
นั่นคือนิทาน คือเทพนิยาย
是夢是詩還是畫
คือความฝัน คือบทกวี หรือคือภาพวาด

เพลง "เทพนิยาย" เป็นเพลงในปี 1981 เสียงร้องฝ่ายหญิงคือ 李碧華 หลี่ปี้ฮว๋า / เสียงร้องฝ่ายชายคือ 羅吉鎮 ลว๋อจี๋เจิ้น / เขียนคำร้องโดยฉงเหยา ราชินีนิยายรักของไต้หวัน / แต่งทำนองโดย กู่เยว่

เพลงนี้เป็นเพลงเด่นในภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายรักของฉงหยาว หนังออกฉายในปี 1981 โด่งดังมากทั้งหนังและเพลง

เรืองรอง รุ่งรัศมี แปล

Check out this video on YouTube:

http://www.youtube.com/watch?v=rN_BySJtBI8&feature=youtube_gdata_player

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดอกไม้กับความฝัน


อุโมงค์ข้ามถนนไม่สว่างนัก แต่ก็ไม่ถึงกับคับมือ บรรยากาศเช่นนี้ยิ่งทำให้เสียงเพลงที่ได้ยินมาให้อารมณ์เป็นพิเศษ
ซำเหมา ไม่เอาไหน และซำเหมา เอาสนุกลากกระเป๋าใบหนักเดินไปช้าๆ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่หวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”

ซำเหมาทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ภาพที่พวกเขาเห็นตรงเบื้องหน้าคือนักเพลงหนุ่มสองคน คนเล่นกีตาร์แขนขวาขาดเพียงข้อมือ เขาใช้อะไรบางอย่างรัดปิ๊กกีตาร์ไว้กับข้อมือขวา บรรเลงดนตรีและร้องเพลงอย่างเต็มอารมณ์และเต็มเสียง ข้างๆ เขามีชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เข็น ร่างกายมีตั้งแต่เหนือเข่าขึ้นมา เขาเป็นคนค่อนข้างท้วม และกำลังร้องเพลงอย่างเต็มเสียง เต็มอารมณ์ร่วมไปกับนักกีตาร์แขนขวาขาด
“ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
ออกดอกหอมบานอยู่เต็มกิ่งก้าน
ผู้ใดหรือจะมาเสาะหา
ร่องรอยของดอกไม้ด้วยความจริงใจ
ดอกไม้บานอยู่มิช้านาน
โอ...ถึงเวลาเด็ดไปเชยชมก็ควรเด็ด
หญิงสาวเป็นดั่งดอกไม้
ดอกไม้นั้นคลายดั่งความฝัน...”

มีคนหยุดฟังเพลงของนักเพลงหนุ่มในอุโมงค์ข้ามถนนนี้จำนวนหนึ่ง ต่างก็นิ่งเงียบ ในกล่องกีตาร์ที่เปิดออกวางไว้ตรงเบื้องหน้านักเพลงทั้งสอง มีเหรียญและธนบัตรอยู่เล็กน้อย
“...ฉันมีดอกไม้ดอกหนึ่ง
เติบโตอยู่ในดวงใจฉัน
มีน้ำใจที่แท้ มีรักที่แท้ โดยไม่มีคนเข้าใจ
หญ้าป่าทั่วทั้งแผ่นดิน
ได้ปกคลุมไปทั้งเนินเขาแล้ว
แต่ชื่นเชยอยู่ผู้เดียว
ช่างน่าร้าวรานใจ...”

ซำเหมา เอาสนุกล้วงธนบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เดินไปหย่อนลงตรงกล่องกีตาร์ แล้วกลับมายืนฟังเพลงต่อข้างๆ ซำเหมา ไม่เอาไหน
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
โยกไหวแผ่วเบาไปตามสายลม
ได้แต่เฝ้าหวังว่า
จะมีมืออันอ่อนโยนคู่หนึ่ง
สามารถมาปลอบประโลม
ความเปลี่ยวเหงาในใจของฉัน...”
               
“รู้จักเพลงนี้ไหม?” ซำเหมา ไม่เอาไหนกระซิบถามซำเหมา เอาสนุกเบาๆ
“ไม่รู้จัก...แต่เดี๋ยวจะเข้าไปถาม...” ซำเหมา เอาสนุกตอบ
“...ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนในฝุ่นธุลีแดง
ดอกไม้ หญิงสาว
ไหวเอนแผ่วเบาไปตามสายลม
ถ้าหากเธอได้กลิ่นหอมของดอกไม้แล้ว
อย่าได้ถามฉันว่าดอกไม้นั้นแดงอร่ามเพื่อใครผู้ใด...
เคยได้มีรักจึงได้รู้ค่าน้ำหนักของน้ำใจรัก
เคยเมามายแล้วจึงรู้ว่าสุรานั้นรสเข้มข้น
ดอกไม้บานแล้วโรยร่วง
ท้ายที่สุดนั้นว่างเปล่า
บุบเพสันนิวาสมิรอใคร
เหมือนดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิมาแล้วก็จากไป
หญิงสาวเหมือนดั่งดอกไม้
ดอกไม้ก็เป็นเช่นเดียวกับความฝัน...”

สายกีตาร์สายหนึ่งขาดไปตั้งแต่ช่วงกลางเพลง แต่นักเพลงหนุ่มทั้งสองยังคงขับขานเพลงต่อไป

 เรืองรอง  รุ่งรัศมี
4/2005


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ สายลมในกิ่งหลิว เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 673 วันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2548