ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โจวต้ากวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โจวต้ากวน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นกกระจอก



ไม่ว่าฝนจะตก ลมจะพัดแรง
อาทิตย์ละครั้ง
พ่อแม่เข็นฉันออกจากห้องผู้ป่วยมะเร็งที่โรงพยาบาลไถต้า
เข็นเข้าไปเลี้ยงนกกระจอกในสวนสาธารณะที่ระลึกสันติภาพ...
นกกระจอกถึงจะเล็ก
พวกมันไม่กลัวฝนซัด ลมกรรโชก
ลมแรงฝนหนักซัดสาดให้เสื้อผ้าของพวกมันเปียกชุ่มได้
แต่ไม่อาจซัดสาดให้ความปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ของพวกมันเปียกชุ่มโชก
และพวกมันก็ไม่กลัวแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าร้อง
ถึงจะเป็นการขู่ขวัญของมะเร็ง
พวกมันก็ไม่เก็บมาให้รกอยู่ในใจ

โจวตากวน
กวีรุ่นเยาว์ชาวไต้หวัน ขณะอายุ 9 ขวบ

เรืองรอง  รุ่งรัศมี แปลและเรียบเรียง
2004


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง สำนักพิมพ์ชวนอ่าน มีนาคม พ.ศ.2551

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง



บีโธเฟน1 หูหนวกทั้งสองข้าง
เจิ้งหลงสุ่ย2 ตาบอดทั้งสองข้าง
ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง
ฉันจะยืนบนโลก

เฮเลน เคลเลอร์3 ตาบอดทั้งสองข้าง
เจิ้งเฟิงสี่4 ขาพิการทั้งสองข้าง
ฉัยยังมีขาอีกข้างหนึ่ง
ฉันจะเดินไปทั่วโลกที่งดงามนี้


บทกวีนี้เขียนโดย โจวต้ากวน เด็กชายชาวไต้หวันอายุ 9 ขวบ กวีรุ่นเยาว์ผู้ต่อสู้กับมะเร็งร้าย โดยต้องผ่านการผ่าตัด 3 ครั้ง เคมีบำบัด 7 ครั้ง ฉายรังสี (โคบอลท์-60) 30 ครั้ง และต้องถูกตัดขาขวาออก แต่เขาก็ยังกล้าหาญที่จะต่อสู้ เพื่อมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
...แม้เขาจะจากโลกนี้ไปเมื่ออายุไม่ถึง 10 ขวบ แต่ผู้คนที่รักและรู้จักเขายังสดุดีถึงความกล้าหาญ จิตใจอันบริสุทธิ์และบทกวีที่จับใจอยู่เสมอ สิ่งนี้เป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์อันมีคุณค่าที่เขาได้หว่านเอาไว้ทั่วโลก

1 บีโธเฟน (Ludwig Van Beethoven ค.ศ.1770-1827) นักดนตรีคลาสสิคและนักแต่งเพลงซิมโฟนีที่ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมัน เริ่มฉายแววทางดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย โดยแสดงดนตรีครั้งแรก เมื่ออายุเพียง 7 ขวบ ต่อมาเขาย้ายไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย เขาสูญเสียการได้ยิน เมื่ออายุ 31 ปี แต่ก็ยังสามารถประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่มากมาย
2 เจิ้งหลงสุย (ค.ศ.1959- ) สมาชิกสภานิติบัญญัติผู้พิการทางสายตาคนแรกของไต้หวัน ผู้ก่อตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อผู้พิการทางสายตา
3 เฮเลน เคลเลอร์ (Helen Keller ค.ศ.1890-1968) นักเขียนและนักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกันผู้พิการหูหนวก เป็นใบ้ และตาบอด หนังสืออัตชีวประวัติของเธอ มีฉบับภาษาไทยชื่อ “ชีวิตของข้าพเจ้า” พิมพ์อยู่ในชุดหนังสือเสรีภาพ โดยสำนักพิมพ์ก้าวหน้า
4 เจิ้งเฟิงสี่ (ค.ศ.1943-1975) ชายพิการขาทั้งสองข้าง ครอบครัวยากจน แต่สู้ชีวิตจนเรียนจบปริญญา เป็นครูและนักเขียน ได้รับยกย่องให้เป็นเยาวชนตัวอย่างของไต้หวัน เมื่อปี ค.ศ. 1974 ประวัติชีวิตของเขาเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อไทยว่า “ที่รักอย่าจากฉันไป” กำกับโดย หลี่สิง หนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง “เรือน้อยกลางมหาสมุทร” แปลเป็นภาษาไทยโดย เจริญชัย  พิชิตฉัตรธนา โดยใช้ชื่อ “ที่รักอย่าจากฉันไป” ตามชื่อเรื่องภาพยนตร์ภาษาไทย

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
แปลและเรียบเรียง
2007

พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง สำนักพิมพ์ชวนอ่าน มีนาคม 2551

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สงครามมะเร็ง



ทุกวันนี้ มีสงครามอยู่เพียงสงครามเดียว
เรียกว่า สงครามมะเร็ง
ข้างหน้า ข้างหลัง
ข้างซ้าย ข้างขวา
มะเร็ง มะเร็ง
มะเร็งทั้งนั้น

โปรดอย่าสร้างอาวุธปรมาณู
โปรดอย่าสร้างจรวดนำวิถี
โปรดอย่าสร้างเครื่องบินรบ
โปรดอย่าสร้างเรือรบ
ต้องการเพียงนักวิทยาศาสตร์มากกว่านี้
ต้องการเพียงคุณหมอผู้เชี่ยวชาญมากกว่านี้
ต้องการเพียงผู้เปี่ยมความรักความเมตตาต่อศาสนามากกว่านี้
ขอเพียงผู้ป่วยมะเร็งมีความเข้มแข็งกล้าหาญมากกว่านี้

พรุ่งนี้ เมื่อสงครามสิ้นสุดแล้ว
โลกก็จะพบกับสันติภาพ

โจวต้ากวน

บทกวีนี้เขียนโดย โจวต้ากวน เด็กชายชาวไต้หวันอายุ 9 ขวบ กวีรุ่นเยาว์ผู้ต่อสู้กับมะเร็งร้าย ซึ่งเขียนบันทึกและบทกวี ในช่วงที่ล้มป่วยต้องอยู่โรงพยาบาล คิดอะไรก็เขียนเอาไว้ อยากบันทึกอะไรก็จดบันทึก ข้อเขียนเหล่านี้จำนวนมากล้วนเป็นคำพูดจากใจ บางส่วนเป็นเสียงร้องกู่จากใจ ต้นฉบับได้รับการตีพิมพ์ทุกครั้งที่ส่งออกไป ค่าต้นฉบับกลายเป็นเงินค่าขนมและเงินออมของเขา และได้กลายเป็นเงินทุนก้อนแรกในก่อตั้งมูลนิธิวัฒนธรรมและการศึกษาโจวต้ากวน เพื่อสืบสานและเผยแพร่จิตวิญญาณของการ “รักชีวิตตนและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” ของโจวต้ากวน 

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
2004


พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ฉันยังมีขาอีกข้างหนึ่ง สำนักพิมพ์ชวนอ่าน มีนาคม 2551