ค้นหาบทความ

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นกนางนวล


























            ชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่ริมทะเล เขาเป็นคนที่รักนกนางนวลเป็นอย่างมาก ทุกๆ เช้า เขาจะไปเล่นกับนกนางนวลที่ริมทะเล มีนกนางนวลบินโฉบมาเล่นสนุกกับเขานับร้อยๆ ตัว
            วันหนึ่ง บิดาของเขากล่าวกับเขาว่า
            “ได้ข่าวมาว่า นกนางนวลชอบบินมาเล่นสนุกกับเจ้า เจ้าจงคิดวิธีจับมันมาให้ข้าสักตัวหนึ่ง ข้าอยากได้ไว้เป็นของเล่นยามเหงา”
            ช่างน่าประหลาด เมื่อเขาไปถึงชายหาดในวันรุ่งขึ้น เขาพบเพียงฝูงนกนางนวลที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนท้องฟ้า ไม่มีนกตัวใดลงมาเล่นสนุกกับเขาดังเคย

            มีคนกล่าวว่า
“วาจาที่แท้จริงมิได้ปรากฏอยู่ในคำพูด พฤติกรรมอันแท้จริงมิได้ปรากฏอยู่ในการกระทำ”

            ความคิดของคนโดยทั่วๆ ไป มิอาจเข้าถึงหลักธรรมแห่งเหตุผลนี้
            ช่างตื้นเขินเสียนี่กระไร !

          เลี่ยจื่อ


 เรืองรอง  รุ่งรัศมี แปล
1987


พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในหนังสือ มณีปัญญา ปรัชญานิพนธ์จีนโบราณ กรกฎาคม พ.ศ.2530

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จอมยุทธ


คนวัยสามสิบขึ้นไปจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันที่เติบโตมากับการดูภาพยนตร์กำลังภายในของชอว์ บราเดอร์ ควบคู่ไปกับการดูหนังฝรั่งอเมริกันแบบหนังคาวบอย
เรารู้จัก จอห์น เวย์น พร้อมๆ กันเราก็คุ้นเคยกับ หวังหยู่, เดวิด เจียง, ตี้ หลุง, บรู๊ซ ลี เรื่อยมาจนถึงยุคสมัยของเฉินหลง, หงจินป่าว, หลิวเต๋อฮว๋า, เหลียงเฉาเหว่ย
เรามีภาพประทับของ “จอมยุทธ” แจ่มชัดอยู่ในใจ และอย่างแฝงเร้นได้กลายเป็นอุดมคติลึกๆ ในใจของเรา
ความคิดในการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” เข้ากันได้อย่างแนบสนิทกับอุดมคติวัยเยาว์ เราต่างรักเสียงเพลง เกลียดการดูถูกเหยียดหยาม มีความใฝ่ฝันถึงความเป็นธรรม และชีวิตมีความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา
เราเคยชอบใส่เสื้อพิมพ์รูป เช กูวารา, ไว้ผมและใส่แว่นอย่างเซอร์ปีโก้ เราชอบนุ่งกางเกงยีนส์, ประทับใจในบทเพลงของบ๊อบ ดีแลน, พอล ไซมอน ฯลฯ ในยุคสมัยของเรา
มาถึงวันนี้ เราถูกคนหนุ่มสาวที่ชื่นชมแอ๊ด คาราบาว, หงา คาราวาน ตัดพ้อต่อว่า และถามถึงอุดมคติด้วยความไม่วางใจสนิท เราอาจเจ็บปวด ไม่พอใจ และลึกกว่านั้น เรารู้สึกเปลี่ยวเหงา
หากชีวิตเป็นหนังกำลังภายใน นี่คือฉากที่จอมยุทธต่างวัยได้มาพบกัน เป็นฉากหนังที่ผู้กำกับต้องใช้ฝีมือแสดงออกถึงมิติซับซ้อนของตัวละคร
เมื่อจอมยุทธต่างวัยได้มาพบกัน สองฝ่ายมีความผูกพันซ่อนลึก มีความชื่นชม มีความขมขื่น มีความคาดหวัง และสำหรับจอมยุทธวัยหนุ่มผู้ทระนง เขามีความท้าทายแฝงในแววตา ฝ่ายที่แก่กว่ามีความเจ็บปวด มีความเปลี่ยวเหงา อย่างช้าๆ ธาตุแห่งจอมยุทธค่อยๆ เผยตัวขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องมองกัน

ประกายกระบี่พริ้วพรายในแถวอักษร บนหน้ากระดาษ เราต่างร่ายรำเพลงอาวุธ พิทักษ์ความฝันวัยหนุ่มของเรา
เป็นการสัประยุทธ์ด้วยความเอื้ออาทรที่ยากหลีกเลี่ยง
จอมยุทธที่แท้นั้นยากจะเลี่ยงการสัประยุทธ์นี้ได้
หากแต่กระบี่เมื่อชักออกมา คมของมันย่อมต้องบาดเนื้อ
แล้วมีบาดแผลจะเป็นไรไปเล่า ในเมื่อบาดแผลนั้นคืออาภรณ์ของชีวิต


มีแต่อาภรณ์ที่มิได้สวมใส่เท่านั้นที่จะยังคงสภาพของเมื่อแรกเริ่ม แม้กระนั้น สีสรรพ์และเส้นใยของเนื้อผ้าก็เปลี่ยนแปลงไปกับกาลเวลา เสื้อผ้าในตู้อาจแลดูสวย แต่ก็มิได้ให้ความอบอุ่นแก่ผู้เป็นเจ้าของ และเสื้อผ้าบางตัวเมื่อนำมาสวมใส่แล้ว แม้จะมิได้ให้ความอบอุ่นเท่าที่ควร หรือไม่พอดีตัว แต่ก็มิได้หมายความว่า คนทุกคนจะทิ้งเสื้อผ้าที่ใส่ไม่อุ่นและไม่พอดีตัวเสมอไป
โดยเฉพาะกับเสื้อผ้าที่เขาแสวงหาใฝ่ฝัน ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อไขว่คว้ามา

กาลเวลาทำให้เส้นผมของคนเราหงอกขาว
กาลเวลาทำให้ความคิดผู้คนสุกงอม
และกาลเวลาก็ทำให้ความคิดผู้คนหงอกขาว
ทำให้ผลไม้บางผลปลิดจากขั้วเหมือนกัน

เพียงแต่ใครจะเป็นคนไหนเท่านั้น ใครจะปลิดจากขั้ว ใครจะสุกงอม ใครจะเปลี่ยนไป หรือใครจะแน่วแน่มั่นคง มิใช่คำตอบง่ายๆ ที่ใครจะด่วนสรุปลงได้
ชีวิตยังมีวันเวลาข้างหน้าทอดยาวอยู่ ในการก้าวไปแต่ละฝีก้าว สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ทั้งตัวเอง สภาพแวดล้อม และจุดยืนทางความคิด
แต่มนุษย์ยังมีสิ่งเร้นลับอีกสิ่งหนึ่ง คือธาตุแท้และจิตวิญญาณแห่งตัวตน มันจะเผยตัวออกมาในมิติที่เหนือหยั่งคาด พวยพุ่งเป็นพลังชีวิต เสมือนดอกไม้ผลิบาน
และก็ใช่ว่าดอกไม้ชีวิตของคนเราจะผลิบานได้เพียงครั้งเดียว เพียงแต่ดอกไม้ชีวิตมิได้ดอกโตทุกดอก มิได้มีสีสรรพ์สวยงามทุกดอก
บางครั้ง เมื่อวันเวลาผ่านไป ดอกไม้บางดอกที่เคยบานในชีวิตของเรา ก็อาจจะทำให้เราครุ่นคิด ไตร่ตรอง กระทั่งบางครั้งและบางคน อยากจะปฏิเสธในดอกไม้ดอกนั้น บางครั้งเรามองไม่เห็นเพราะดอกไม้นั้นเล็กเกินไป
นั่นก็เป็นเพียงดอกไม้ที่เคยบานเมื่อวันเก่าก่อน มันยังคงมีภาพประทับอยู่ มันเคยคงอยู่ แต่วันนี้ มันยังคงอยู่อีกหรือ อาจใช่ และอาจไม่ใช่ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ ต้นไม้ชีวิตต้นนั้นของเรา ยังมีอยู่ในวันนี้ของชีวิตของเราหรือไม่
จอมยุทธนั้น ไม่ใช่ผู้ที่จะหยุดวันเวลาหรือยุคสมัยเอาไว้ได้ เขาอยู่ในกาลเวลา ดำเนินชีวิตไปในความเคลื่อนไปของโลกและสังคม ประสบการณ์การเรียนรู้ย่อมส่งผลสะเทือนต่อกระบวนคิด กระทั่งกระบวนการดำเนินชีวิตของเขา นั่นย่อมเป็นสิ่งธรรมดาของสามัญบุรุษ และจอมยุทธในด้านหนึ่งนั้น ก็คือสามัญบุรุษเช่นนี้ เพียงแต่เขาสามารถรักษาจิตวิญญาณแห่งจอมยุทธของเขาไว้ ตราบชั่วอายุขัยของตน

แน่นอน จอมยุทธย่อมรู้ว่า การรักษาจิตวิญญาณเช่นนี้ไว้ ย่อมทำให้ชีวิตต้องอยู่ในความโดดเดี่ยวขมขื่นบ้าง หากแต่เขาก็ยินดี
ใครเล่าจะเป็นผู้บอกว่า ผู้ใดเปลี่ยนไป ผู้ถามและผู้ตอบต่างก็เปล่าเปลี่ยว เจ็บปวด เฉกกัน
ในประกายกระบี่ที่พริ้วพราย ในหยาดโลหิตที่หลั่ง มีความอบอุ่น มีความอาทร
นี่คือความหวัง และความงดงามของชีวิตมิใช่หรือ 

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
1994


ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ กิ่งไผ่และดวงโคม ผู้จัดการปริทรรศน์ พ.ศ.2537ก

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มุ่งไป
























ดอก หรือลำต้น หรือเมล็ด
ที่เติบโตนี้
จากดิน น้ำ แสงแดด ส่วนใด
ชีวิต
รับรู้หรือมิรับรู้ ก็ล้วนเป็นไปตามทาง
แม้รู้ว่าควรปล่อยวาง
แต่ข้ายังแบกสัมภาระเกินแรงเอาไว้บนหลัง
หัวเราะ ถอนใจ และบอกกับตนว่า
ข้ามิได้มุ่งไปนิพพาน
หากแต่มุ่งสู่ความฝัน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



บทกวีนี้เขียนไว้นานมากแล้ว ได้เคยคัดลอกนำมาใส่กรอบแสดงนิทรรศการ และได้นำมาตีพิมพ์ในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๘ เดือนมกราคม ๒๕๕๓

ระหว่างเส้นทาง เมืองน่าน

สีน้ำ บนกระดาษ



ดอกไม้ร่วงแต่เมื่อใด?
เราไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
นาฬิกาหมุนเร็ว
หรือว่าเราละเลย
ดวงอาทิตย์ตกเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว
เมื่อวานนี้เรายังแข็งแรง
เรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม
ความฝันลอยสวยอยู่บนท้องฟ้า
เราแหงนคอมอง
แล้วก็ฝันต่อ
ความฝันต่อกับความฝัน
จินตนาการต่อกับจินตนาการ
วันเวลา
ลอยหายไปในความฝันสวยงามนั้น
เดินผ่านกลีบดอกไม้
ระหว่างทางกลายเป็นความคุ้นเคย
เมื่อก้มลงมองดูพื้นในวันหนึ่ง
เงา ทอดอยู่ข้างกลีบดอกไม้
เสียงฝีเท้าตัวเองดังดั่งเสียงของไม้เท้า





เรืองรอง รุ่งรัศมี
เมืองน่าน
มกราคม 2013

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

รักเธอ


爱 你
รักเธอ 
(บทกวีของ สีมู่หรง)

在我心中荡漾的 是一片飘浮的云
ที่กระเพื่อมอยู่ในหัวใจของฉัน คือปุยเมฆที่ลอยล่องปุยหนึ่ง
你尽管说吧 说你爱我或者不爱
เธอจงบอกกล่าวออกมา บอกว่าเธอรักหรือไม่รักฉัน
你尽管去选择那些难懂的字句
เธอจงเลือกเอาบรรดาถ้อยคำที่ยากแก่การทำความเข้าใจเหล่านั้นเถิด
把它们反反复复地排列开来
เอาคำเหล่านั้นร้อยเรียงออกมาซ้ำๆไปมา

你尽管说吧 朋友
เธอพูดออกมาได้เต็มที่เลย เพื่อนของฉัน
你的心情 我都会明白
ความรู้สึกในใจของเธอ ฉันล้วนเข้าใจ
你尽管变吧 变得快乐或者冷漠
เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เต็มที่เลย เปลี่ยนให้เริงร่าหรือเฉยชา
你尽管去试戴所有的复杂的面具
เธอลองสวมใส่หน้ากากที่ซับซ้อนได้เต็มที่เลย
走一些曲折的路
เพื่อเดินไปบนทางที่วกวน

你尽管去做吧 朋友
 เธอทำให้เต็มที่ได้เลย เพื่อนของฉัน
你的心情我都会明白
ความรู้สึกในใจของเธอ ฉันล้วนเข้าใจ
人世间 尽管有变迁
ชีวิตนั้น แม้จะมีความผันแปรเพียงใด
友朋里 尽管有难测的胸怀
 ในหมู่มิตร แม้จะมีหัวใจที่ยากจะหยั่งคาด
我只知道 朋友
ฉันรู้เพียงว่า มิตรรัก
你是我最初和最後的爱
เธอคือรักเริ่มแรกที่สุดและรักสุดท้ายของฉัน

在迢遥的星空上 我是你的
ในฟากฟ้าที่ดารดาษด้วยดวงดาวไกลโพ้น ฉันเป็นของเธอ
我是你的
ฉันเป็นของเธอ

永远的流浪者 用漂泊的一生
ผู้พเนจรนิรันดร ใช้ชีวิตทั้งชีวิตที่ระเหระหน
安静的守护著
ปกป้องดูแลอยู่อย่างสงบ
你的温柔 和你的幸福
ความอ่อนโยนของเธอ และความสุขเกษมของเธอ
可是 朋友
แต่ทว่า เพื่อนรัก
漂流在恒星的走廊上
 ร่อนเร่อยู่บนระเบียงทางเดินแห่งดวงดาว
想你 却无法传递
คิดถึงเธอ แต่กลับไร้หนทางสื่อสาร

流浪者的心情啊
ห้วงดวงใจของผู้พเนจรเอย
朋友 你可明白
มิตรรัก เธอเข้าใจหรือไม่

爱你 永远
รักเธอ ตราบนิรันดร

席慕容 (1943- )  
สีมู่หรง (1943 - )

เรืองรอง รุ่งรัศมี : แปล
กุมภาพันธ์ 2013