ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลอน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อย่าใจร้ายกับชีวิต

ธรรมชาติ : สีอะคริลิค บนแคนวาส


บางเวลาเวลาก็เคลื่อนช้า
บางเวลาก็ผ่านหน้าไปเร็วยิ่ง
ตื่นอยู่ในความฝันของความจริง
หลับและอิงแอบในความเป็นไป
ยิ้มเงียบเงียบมองซ้ำซ้ำถามตนบ่อย
ตอบค่อยค่อยนิ่งเข้าไว้อย่าหวั่นไหว
รอยทุกรอยคือของขวัญแห่งช่วงวัย
อย่าทำตัวใจร้ายกับชีวิต
เคลื่อนผ่านมาเคลื่อนผ่านไปกาลเวลา
ผ่านไปเร็วผ่านไปช้าอย่าหงุดหงิด
ดอกไม้บานคลี่กลีบแย้มทีละนิด
เรามีสิทธิ์ยิ้มรับดอกไม้งาม
ฝนบางบางลมอ่อนอ่อนฟ้าฉ่ำฉ่ำ
ใจเราคือบึงน้ำให้ฝ่าข้าม
ผิวน้ำนิ่งสะท้อนเงาฟ้าคราม
อย่าหมิ่นหยามคุณค่าชีวิตเลย




เรืองรอง รุ่งรัศมี
ห้องหนังสือของคนโง่
5/6/2013

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หอมดิน

บทกวีหอมดินนี้เขียนให้ วิลิต  เตชะไพบูลย์ ในคืนนอนที่ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ บังเอิญตรงกับวันคล้ายวันเกิดวิลิต ซึ่งได้ถูกนำเอาไปทำเพลงตามลิงก์

http://www.youtube.com/watch?v=X0VpT7Eu5SE&feature=youtube_gdata_player

วิลิต  เตชะไพบูลย์  ใส่ทำนอง
ประทีป  ขจัดพาล  ขับร้อง

บันทึกในเทปและซีดีชุด  ตุลาลัย

ดินสานฟางห้าเส้น
เสียงชูช่อเรียวรวง
เดือนพาสายลมอ่อน
โชยเพลงเหงื่อหอมงาน
หอมฝนรุ้งขอบฟ้า
มาเกี่ยวชีวิตหวาน
รวงร้องคีตกาล
ธรรมธารฉ่ำชีวา
เกี่ยวบรรทัดห้าเส้น
มาเป็นเรียวรวงข้า
โลกให้เราผ่านมา
เพื่อจากลามินาน

 เรืองรอง  รุ่งรัศมี
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ 


พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ในหนังสือ “โอบกอดจันทรา”  โดยแพรวสำนักพิมพ์ ตุลาคม ๒๕๔๘

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มุ่งไป
























ดอก หรือลำต้น หรือเมล็ด
ที่เติบโตนี้
จากดิน น้ำ แสงแดด ส่วนใด
ชีวิต
รับรู้หรือมิรับรู้ ก็ล้วนเป็นไปตามทาง
แม้รู้ว่าควรปล่อยวาง
แต่ข้ายังแบกสัมภาระเกินแรงเอาไว้บนหลัง
หัวเราะ ถอนใจ และบอกกับตนว่า
ข้ามิได้มุ่งไปนิพพาน
หากแต่มุ่งสู่ความฝัน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



บทกวีนี้เขียนไว้นานมากแล้ว ได้เคยคัดลอกนำมาใส่กรอบแสดงนิทรรศการ และได้นำมาตีพิมพ์ในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๘ เดือนมกราคม ๒๕๕๓

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

คิดถึงหลี่ไป๋




สงสารจันทร์ในน้ำจะเหน็บหนาว
จึ่งโจนสู่ห้วงเวิ้งน้ำ

พลันวงกระจกเงินกลม
แตกกระจาย

กี่พันปีแล้วจันทร์ในน้ำ
แช่ฉ่ำสายธารเย็นใส
กี่ชั่วชีวิตความเป็นไป
จันทร์ที่ใดก็ไม่กลมเหมือนบ้านเรา

จอกเปล่าชูค้าง คว้างเปลี่ยว
เหล้าไผ่เขียวรินไปในเลือดเศร้า
พิณหยกสะบั้นสายข้างหลืบเงา
คือความเปลี่ยวเหงาของกวี

กี่กระปุกเหล้าระอุอุ่น
กี่มุกทิ้งหมองฝุ่นจานหยกนี้
กี่พิณสะบั้นสายที่เคยมี
จอกสุราล้นปรี่มือสั่นเทา

ล่องเรือเมฆาไปสู่ฟ้า
โอปวงบุปผาสวรรค์เจ้า
หายไปในน้ำค้างเช้า
ก่อนเถาไม้เลื้อยริมรั้วแย้มดอกบาน



๒๕๓๔

พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ในหนังสือ “โอบกอดจันทรา”  โดยแพรวสำนักพิมพ์ ตุลาคม ๒๕๔๘

วิถีนักดาบ

ประวัติศาสตร์  สีอะคริลิค บนแคนวาส



วักดื่มจันทราคราคลื่นพลิ้ว
ลมเรื่อยเฉื่อยฉิวฟ้ากระจ่าง
เดือนฉายในน้ำมาชะล้าง
เงาร่างเปื้อนอดีตยังมอมแมม

รอยแผลจับแน่นในชีวิต
กระนั้นยังมีสิทธิ์จะยิ้มแจ่ม
เดือนเสี้ยวประดับฟ้าในคืนแรม
เมฆแย้มเดือนคืนเป็นขวัญฟ้า

อาบลมเฉื่อยฉิวอาบน้ำค้าง
ดาวพราย - ฟ้าพร่าง - แดดแจ่มจ้า
สะพายดาบอาบฝุ่นโลกย์เนิ่นนานมา
พบว่าเป็นขุนดาบนั้นยากนัก

วิถีใช่เพียงวิธีการ
แต่ละช่วงผ่านล้วนหน่วงหนัก
ดื่มจันทร์  ดื่มสุรา  ดื่มความรัก
คุ้นเคยรู้จักยังเมามาย

ท่องไปไหนกันนักดาบเปลี่ยว
ลอยจมกระแสเชี่ยวคลื่นหลากหลาย
กี่ศึกกี่แผลกี่วางวาย
กี่ร้ายกี่ดีไยเหนื่อยฉะนี้

สะพายดาบไปไหนหรือนักดาบเปลี่ยว
วางลงประเดี๋ยวก็ได้นี่
ข้าเพียรทำเช่นนั้นเนิ่นนานปี
ทว่าหนีไม่พ้นชะตากรรม

จับดาบขึ้นมาแล้ววางยาก
ทางดาบทางขวากข้าก้าวย่ำ
หนทาง - วิถี - การเดินซ้ำ
ข้าทนข้าทำด้วยข้ารัก


๒๗  พฤศจิกายน  ๒๕๔๔
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ในหนังสือ “โอบกอดจันทรา” โดยแพรวสำนักพิมพ์ ตุลาคม ๒๕๔๘

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โอบกอดจันทรา

















กอดจันทร์คืนเพ็ญไว้เต็มอ้อม
คืนวันหวานหอมอ่อนหวาน
เหน็ดเหนื่อยการงาน
บ้านให้พลังกายใจ

กลางวันชมแสงเงาแดด
เขียวส้มเหลืองแสดมวลไม้
จนยากดำเนินชีวิตไป
ทำงานให้โลกรับรู้

หิว - กินข้าวกับความฝันใฝ่
อยู่ไปแม้ไม่เลิศหรู
มหรสพธรรมชาติฟัง - ดู
ไก่ขันกุ๊กกรูกุ๊กกุ๊ก

บ่ายคล้อยแดดร่มลมเย็น
เดินเล่นผ่อนคลาย - หาสุข
ชีวิตผ่านสุขและทุกข์
ล้มล้มลุกลุกช่างมัน

ค่ำมีจันทร์กอดเต็มอ้อม
ไร้จันทร์กล่อมดาวพรายหมายฝัน
ผ่านวันคืนไปอีกวัน
ชีวิตยาวสั้นก็ของเรา

บ้านคือวิมานของคน
ยากจนเราอยู่บ้านเช่า
ร้องเพลงกล่อมตนเบาเบา
เหงาเศร้าก็เท่านั้นชีวิต



๒๔  ตุลาคม  ๒๕๔๐
ห้องเช่าบางแสน



พิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ในหนังสือ “โอบกอดจันทรา” โดยแพรวสำนักพิมพ์ ตุลาคม 2548