ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ครัว



            แดดเช้าส่องผ่านหน้าต่างกระทบกับหม้อ กระทะ กระชอน ที่ในห้องครัว อาหารได้ทำเสร็จแล้ว และคนในบ้านก็กินอิ่มกันเกือบทุกคนแล้ว ห้องครัวเวลานี้อยู่ในบรรยากาศผ่อนคลาย
ถ้าไม่เคยไปใช้ชีวิตที่อื่นนานๆ คนจำนวนไม่น้อยที่มองไม่เห็นความอบอุ่น ความสุขอย่างนี้
กินอาหารนอกบ้านวันแล้ววันเล่า อยู่ห่างไกลบ้านเกิด และครอบครัวปีแล้วปีเล่า เดินทางไปบนหนทางชีวิตยาวไกลจนเหนื่อยล้า ได้เห็นแดดเช้าส่องกระทบภาชนะคุ้นตา ความรู้สึกหลากหลายท่วมท้นขึ้นมาข้างใน แม้ว่าห้องครัวที่เห็นไม่ใช่ห้องครัวที่ตนคุ้นเคย และภาชนะในครัวเหล่านี้ ไม่ใช่ของที่แม่เคยใช้ก็ตาม
เสียงผัดกับข้าว และกลิ่นอาหารของแม่ ลอยมาในความทรงจำ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๖ เดือนตุลาคม ๒๕๕๒

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มุ่งไป
























ดอก หรือลำต้น หรือเมล็ด
ที่เติบโตนี้
จากดิน น้ำ แสงแดด ส่วนใด
ชีวิต
รับรู้หรือมิรับรู้ ก็ล้วนเป็นไปตามทาง
แม้รู้ว่าควรปล่อยวาง
แต่ข้ายังแบกสัมภาระเกินแรงเอาไว้บนหลัง
หัวเราะ ถอนใจ และบอกกับตนว่า
ข้ามิได้มุ่งไปนิพพาน
หากแต่มุ่งสู่ความฝัน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



บทกวีนี้เขียนไว้นานมากแล้ว ได้เคยคัดลอกนำมาใส่กรอบแสดงนิทรรศการ และได้นำมาตีพิมพ์ในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๘ เดือนมกราคม ๒๕๕๓

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

คนขายตุ๊กตา


























              ตุ๊กตาอัดลมเสียบกับแกนไม้ เขาแบกเดินขายไปทั่ว คนหนึ่งอยู่หน้า คนหนึ่งอยู่หลัง ไม่รู้ว่าเขาเดินมาจากทางไหน และเดินกันมาไกลเท่าไหร่แล้ว
            ตั้งแต่เห็นเขาในระยะสายตา จนกระทั่งเขาเดินลับตาไป ไม่ปรากฏว่ามีคนเรียกซื้อของเล่นอัดลมของเขา
            นั่นคือความหวัง คือการดำรงชีพ คือความอดทน และการต่อสู้ดิ้นรน
            ตุ๊กตาอัดลม แกว่งไกวไปกับแรงเดินและแรงลม หนักและเบาอยู่บนเส้นทางชีวิตของคนทำมาหากิน
            แม้จะเดินลับหายไปจากระยะสายตา แต่ในที่ใดที่หนึ่งบนเส้นทางชีวิต พวกเขายังคงต้องเดินต่อไป

          




          เรืองรอง  รุ่งรัศมี

         
พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๗ เดือนธันวาคม ๒๕๕๒

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

อาบแสงจันทร์


แม้แสงจันทร์มิได้ส่องฉายมาถึง แต่ในค่ำคืน ก็ยังมีทางที่สามารถก้าวเดินไปได้


            ค่ำวันพระจันทร์เต็มดวงคืนหนึ่ง เกิดความรู้สึกอยากออกไปถ่ายรูปบรรยากาศที่มีดวงจันทร์ เวลานั้นข้าพเจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับกล้องถ่ายรูป ไม่มีความรู้เชิงเทคนิค และเคยถ่ายรูปกลางคืนมานับครั้งได้
             มีเพียงจินตนาการและความตั้งใจ
            ออกจากบ้านไปตั้งแต่แดดยังไม่หมด ไปถึงจุดหมายก็เป็นกลางคืน
            ถ่ายรูปคืนนั้นด้วยการเดาไป เรียนรู้ไป รู้ได้ในการกดชัตเตอร์ไม่มากครั้งว่า ไม่น่าจะได้ผลงานที่ดีกระไรนัก
            คืนนั้นทั้งคืน ไม่ได้รูปบรรยากาศที่มีดวงจันทร์อย่างน่าพอใจเลยแม้แต่รูปเดียว ยังดีที่ถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทัล ซึ่งไม่ต้องสิ้นเปลืองฟิล์ม
            แม้ไม่ได้ภาพบรรยากาศที่มีดวงจันทร์อย่างคาดหวัง แต่ก็ได้ภาพบรรยากาศกลางคืนมาบ้าง
            เวลาที่ทำสิ่งที่คาดหมายไม่ได้อย่างใจ ความรู้สึกสนุกและความมุ่งมั่นตั้งใจจะเจือจางเร็ว
            คืนนั้นข้าพเจ้าเก็บอุปกรณ์ในเวลาไม่เกินสองชั่วโมง ไม่สมหวังแต่ก็ไม่ถึงกับผิดหวัง หงุดหงิด รำคาญใจ
            เลือกรูปไปล้างอัดเมื่อผ่านเวลาไปช่วงหนึ่ง พบว่ามีรูปที่รู้สึกชอบอยู่หลายรูปเหมือนกัน
            รูปหนึ่งเป็นรูปประตูไม้ในตรอกซอย แสงไฟฟ้าส่องไปที่ประตู แสง บรรยากาศอวลอยู่ในรูป
            ประตูบางบานเราไม่ได้เดินผ่านเข้าไป แต่เราก็ได้เดินผ่านที่ตรงบริเวณนั้น
            คืนนั้นข้าพเจ้าเดินถ่ายรูปอาบแสงจันทร์อยู่หลายชั่วโมง แม้จะไม่ได้รูปดวงจันทร์เลย แต่ก็ได้เดินอาบแสงจันทร์


   เรืองรอง  รุ่งรัศมี
   ๒๖ มิถุนายน ๒๐๐๙


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๓ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒