ค้นหาบทความ

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

จะไม่ให้คิดถึงเธอได้อย่างไรกัน 教我如何不想他?

บทกวีนี้ของหลิวป้านหนง (1891-1934) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะกวีจีนกลุ่มแรกๆ ที่เริ่มเขียน “กลอนเปล่า” และได้ถูกนำมาทำเป็นเพลง “จะไม่ให้ฉันรักเธอได้อย่างไรกัน” ผู้ใส่ทำนองคือ จ้าว หยวนเริ่น : 趙元任 (1892-1982) เสียงร้องของ ซืออี้กุย : 斯義桂  (1915-1994) นับเป็นเพลงเก่ามากๆ อีกเพลงหนึ่ง ที่รู้จักกันในหมู่ผู้ฟังเพลงจีนอย่างลงลึก เพลงนี้ถูกนำไปใส่ไว้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง และหลายยุคสมัย ถือเป็นเพลงจีนระดับ “ขึ้นหิ้ง” ตลอดกาลอีกเพลงหนึ่ง


天上飄著些微雲,
地上吹著些微風,啊!
微風吹動了我頭髮,
教我如何不想他?
月光戀愛著海洋,
海洋戀愛著月光,啊!
這般蜜也似的銀夜,
教我如何不想他?

水面落花慢慢流,
水底魚兒慢慢游,啊!
燕子你說些什麼話,
教我如何不想他?
枯樹在冷風裡搖,
野火在暮色中燒,啊!
西天還有些兒殘霞,
教我如何不想他?



บนฟ้านั้นเมฆบางฟ่องลอย
บนผืนดินสายลมแผ่วพริ้ว
อา !
สายลมแผ่วพริ้วต้องเส้นผมของฉัน
จะไม่ให้ฉันคิดถึงเธอได้อย่างไรกัน

แสงจันทร์พ้อรักกับท้องทะเล
ท้องทะเลพ้อรักอยู่กับแสงจันทร์
อา !
ค่ำคืนสีเงินราวน้ำผึ้งนี้
จะไม่ให้ฉันคิดถึงเธอได้อย่างไรกัน

ดอกไม้โรยร่วงอยู่บนผิวน้ำเรื่อยไหล
ฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำ
อา !
นางแอ่นเจ้าเอยเจ้าเอ่ยเอื้อนคำใดหรือ ?
จะไม่ให้ฉันคิดถึงเธอได้อย่างไรกัน

ต้นไม้แห้งโยกไหวในสายลมหนาว
ไฟป่าไหม้ลามในยามเย็นย่ำ
อา !
ทางเบื้องประจิมยังมีเมฆบางหลงเหลือบางเบา
จะไม่ให้ฉันคิดถึงเธอได้อย่างไรกัน


หลิว ป้าน หนง
กวีจีนรุ่นใหม่ยุคต้น



เรืองรอง รุ่งรัศมี แปล


รวมเล่มพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือ “เพราะฉันอายุสามสิบ” สำนักพิมพ์ฉับแกระ พ.ศ.2530

ฉันในวัยเยาว์ 少年的我

“ฉันในวัยเยาว์” ขับร้องโดย เหลียง ผิง / แต่งคำร้อง, ทำนอง โดย หลี จิ่น กวัง เป็นเพลงปี 1946 ครั้งนั้นเทคโนโลยีการอัดเสียงยังเป็นแบบเก่า แผ่นเสียงยุคนั้นเป็นแผ่นครั่ง การอัดเสียงต้องยกวงดนตรีไปบรรเลงพร้อมกับนักร้อง ทุกอย่างสด และจริง
ช่วงปี 1946 ธุรกิจบรรเทิงของจีนยังเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ภาพยนตร์เริ่มเปลี่ยนผ่านจากยุคหนังเงียบ ขาวดำ มาสู่ยุคหนังเสียง เพลงต่างๆ ที่โด่งดังในวงกว้างมักจะเป็นเพลงในหนัง และนี่คือเพลงดังเพลงหนึ่งในหนังยุคนั้น


少年的我
ฉันในวัยเยาว์
曲:黎錦光/詞:黎錦光/唱:梁萍 
ทำนอง / คำร้อง : หลีจิ่นกวัง / ขับร้อง : เหลียงผิง

春天的花是多麼的香
ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิช่างหอมเสียนี่กระไร
秋天的月是多麼的亮
ดวงจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงช่างสว่างเสียนี่กระไร
少年的我是多麼的快樂
ฉันซึ่งอยู่ในวัยเยาว์ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร
美麗的她不知怎麼樣
เธอที่แสนงามไม่รู้จะหน้าตาอย่างไร

春天的花會逢春開放
ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิพอถึงฤดูใบไม้ผลิก็ผลิบาน
秋天的月會逢秋明亮
ดวงจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงพอถึงฤดูใบไม้ร่วงก็แจ่มกระจ่าง
少年的我只有今天快樂
ฉันซึ่งอยู่ในวัยเยาว์มีแต่ความสุขในวันนี้
美麗的她不知怎麼樣
เธอที่แสนงามไม่รู้จะเป็นอย่างไร
寶貴的情像月亮
ความรักอันสูงค่าก็เหมือนดั่งดวงจันทร์
甜蜜的愛像花香
ความรักที่แสนหวานก็เหมือนกับกลิ่นหอมของดอกไม้
少年的我不努力
ฉันซึ่งอยู่ในวัยเยาว์หากไม่ขยันหมั่นเพียร
怎能夠使她快樂歡唱 
จะทำให้เธอมีความสุขร้องเพลงด้วยความรื่นเริงได้อย่างไร
  
เรืองรอง รุ่งรัศมี : แปล 
จากเพลง : เส้าเหนียนเตอหว่อ 少年的我

Check out this video on YouTube:
http://www.youtube.com/watchv=l8NEM2JqHKI&feature=youtube_gdata_player

คนขายตุ๊กตา


























              ตุ๊กตาอัดลมเสียบกับแกนไม้ เขาแบกเดินขายไปทั่ว คนหนึ่งอยู่หน้า คนหนึ่งอยู่หลัง ไม่รู้ว่าเขาเดินมาจากทางไหน และเดินกันมาไกลเท่าไหร่แล้ว
            ตั้งแต่เห็นเขาในระยะสายตา จนกระทั่งเขาเดินลับตาไป ไม่ปรากฏว่ามีคนเรียกซื้อของเล่นอัดลมของเขา
            นั่นคือความหวัง คือการดำรงชีพ คือความอดทน และการต่อสู้ดิ้นรน
            ตุ๊กตาอัดลม แกว่งไกวไปกับแรงเดินและแรงลม หนักและเบาอยู่บนเส้นทางชีวิตของคนทำมาหากิน
            แม้จะเดินลับหายไปจากระยะสายตา แต่ในที่ใดที่หนึ่งบนเส้นทางชีวิต พวกเขายังคงต้องเดินต่อไป

          




          เรืองรอง  รุ่งรัศมี

         
พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๗ เดือนธันวาคม ๒๕๕๒

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

อาบแสงจันทร์


แม้แสงจันทร์มิได้ส่องฉายมาถึง แต่ในค่ำคืน ก็ยังมีทางที่สามารถก้าวเดินไปได้


            ค่ำวันพระจันทร์เต็มดวงคืนหนึ่ง เกิดความรู้สึกอยากออกไปถ่ายรูปบรรยากาศที่มีดวงจันทร์ เวลานั้นข้าพเจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับกล้องถ่ายรูป ไม่มีความรู้เชิงเทคนิค และเคยถ่ายรูปกลางคืนมานับครั้งได้
             มีเพียงจินตนาการและความตั้งใจ
            ออกจากบ้านไปตั้งแต่แดดยังไม่หมด ไปถึงจุดหมายก็เป็นกลางคืน
            ถ่ายรูปคืนนั้นด้วยการเดาไป เรียนรู้ไป รู้ได้ในการกดชัตเตอร์ไม่มากครั้งว่า ไม่น่าจะได้ผลงานที่ดีกระไรนัก
            คืนนั้นทั้งคืน ไม่ได้รูปบรรยากาศที่มีดวงจันทร์อย่างน่าพอใจเลยแม้แต่รูปเดียว ยังดีที่ถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทัล ซึ่งไม่ต้องสิ้นเปลืองฟิล์ม
            แม้ไม่ได้ภาพบรรยากาศที่มีดวงจันทร์อย่างคาดหวัง แต่ก็ได้ภาพบรรยากาศกลางคืนมาบ้าง
            เวลาที่ทำสิ่งที่คาดหมายไม่ได้อย่างใจ ความรู้สึกสนุกและความมุ่งมั่นตั้งใจจะเจือจางเร็ว
            คืนนั้นข้าพเจ้าเก็บอุปกรณ์ในเวลาไม่เกินสองชั่วโมง ไม่สมหวังแต่ก็ไม่ถึงกับผิดหวัง หงุดหงิด รำคาญใจ
            เลือกรูปไปล้างอัดเมื่อผ่านเวลาไปช่วงหนึ่ง พบว่ามีรูปที่รู้สึกชอบอยู่หลายรูปเหมือนกัน
            รูปหนึ่งเป็นรูปประตูไม้ในตรอกซอย แสงไฟฟ้าส่องไปที่ประตู แสง บรรยากาศอวลอยู่ในรูป
            ประตูบางบานเราไม่ได้เดินผ่านเข้าไป แต่เราก็ได้เดินผ่านที่ตรงบริเวณนั้น
            คืนนั้นข้าพเจ้าเดินถ่ายรูปอาบแสงจันทร์อยู่หลายชั่วโมง แม้จะไม่ได้รูปดวงจันทร์เลย แต่ก็ได้เดินอาบแสงจันทร์


   เรืองรอง  รุ่งรัศมี
   ๒๖ มิถุนายน ๒๐๐๙


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ย่ำเดือนกลับมาหยาดเหงื่อหอม” นิตยสาร หัวใจเดียวกัน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๓ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒

อายุการใช้งาน

การไหลผ่านของกาลเวลา
วันเวลา เคลื่อนตัวไปเร็วหรือช้ามันก็เคลื่อนผ่านชีวิตของสรรพสิ่ง.
ใช่เพียงเฉพาะสิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่มีกำหนดขอบเขตอายุขัย.
แม้สิ่งไร้ชีวิตและสิ่งที่เป็นนามธรรมก็มีขอบเขตจำกัดที่แน่นอนของมัน
ความลงตัว บางทีก็เป็นความประจวบเหมาะ บังเอิญ ของเหตุการณ์ บุคคล และการกระทำ
ใบไม้ที่ร่วงลงมาในแสงเงาสวยเบื้องหน้าช่างภาพที่อุปกรณ์และอารมณ์พร้อมพรั่งต่อการบันทึกเรื่องราวการไหลผ่านของกาลเวลา เป็นความประจวบเหมาะที่มิใช่เพียงความประจวบเหมาะ เป็นความบังเอิญที่มิใช่เพียงความบังเอิญ ที่คนๆ หนึ่งสามารถเก็บชั่วขณะการไหลผ่านของกาลเวลาเอาไว้เป็นภาพถ่าย
หากช่างภาพคนนั้นมิได้ตระเตรียมอุปกรณ์เอาไว้พรั่งพร้อม เขาย่อมไม่อาจบันทึกภาพในเสี้ยววินาทีนั้นเอาไว้ได้
หากเขาไม่ได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์เชิงเทคนิคการถ่ายภาพจนจัดเจน เขาอาจไม่สามารถบันทึกภาพได้ดีเท่าที่เขาต้องการ
หากเขามิได้มีสายตาที่มองเห็นความงาม เขาอาจปล่อยให้ภาพนั้นผ่านไป
หากเขามิได้มีความคิดและภูมิปัญญาที่จะมองเห็นเรื่องราวความลึกซึ้งของโลกและชีวิต เขาอาจเป็นเพียงคนถ่ายภาพเก่งทั่วๆ ไปคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถยกระดับผลงานสู่ความเป็นศิลปะได้
แสง เงา ใบไม้ นั้นอาจเป็นปัจจัยที่เหนือวิสัยที่เราจะควบคุม ความเป็นไปของธรรมชาติ เป็นสิ่งยากที่มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งสามารถบงการ ควบคุม ได้
ชีวิตของคนก็เป็นส่วนหนึ่งของวิถีธรรมชาติ เกิด ดับ เจริญ เสื่อมสูญ ไปตามวิถีของสรรพสิ่งที่ต้องเสื่อมสูญ นี่คือกำหนดอายุใช้งานกระมัง เพียงแต่มนุษย์ไม่อาจจะรู้แน่ชัดว่ากำหนดอายุใช้งานของชีวิตตนจะสิ้นสุดลง ณ วินาทีใด
นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่มนุษย์ควรกระทำตนให้เข้าสู่พรมแดนที่ตนเองพร้อมจะ ใช้งานได้ เพราะว่าหากมิเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาอาจผ่านชีวิตไปอย่างว่างเปล่า และโดยไม่ทันรู้ตัวก็ล่วงผ่านกำหนดอายุใช้งานเสียแล้ว
การพ้นกำหนดอายุใช้งานของมนุษย์ มิใช่เพียงการตายดับสิ้นอายุขัย หากแต่มีลักษณะคล้ายๆ กับฟิล์มที่หมดอายุ คืออาจยังใช้ถ่ายภาพได้ แต่ก็ไม่ได้ภาพที่มีคุณภาพที่ดี หรืออาจคล้ายอาหารกระป๋องที่พ้นกำหนดอายุ ที่เมื่อกินเข้าไปแล้วร่างกายอาจไม่สามารถทนทานได้
ความหวัง ความฝัน ความมุ่งมาดปรารถนาทั้งหลาย ต้องการความลงตัวเช่นกัน จึงจะเกิดเป็นจริงขึ้นในชีวิตได้
ที่ยุ่งยากซับซ้อนคือ เราไม่อาจมองเห็น "กำหนดอายุใช้งาน" ได้ชัดเจน
วันเวลาเคลื่อนตัวเร็วหรือช้า มันก็ยังคงเคลื่อนตัวของมันต่อไป เราตระหนักถึง "กำหนดอายุใช้งาน" หรือไม่ว่าอาจสิ้นสุด ณ ลมหายใจต่อไป. 

เรืองรอง รุ่งรัศมี
12 / 2002


พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "สายลมในกิ่งหลิว" เนชั่นสุดสัปดาห์ 9-15/12/2545