ค้นหาบทความ

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

มิใช่การจากลา



“ความจริงพวกท่านไม่ต้องการลาจากกันเลย แต่แล้วพลันก็ต้องจากพราก... จากพรากก็เพื่ออยู่ร่วม? ใช่เพื่อจะได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือไม่?...”


๑
ครั้งที่เขียนเรื่อง “ตะขอจำพราก” ข้าพเจ้าเคยเขียนไว้ประโยคหนึ่งว่า
“จากพรากก็เพื่ออยู่ร่วม”
            ...เพื่อการอยู่ร่วมอย่างยาวนาน ไม่เสียดายการจากพรากชั่วคราว กระทั่งว่ามิได้เสียดายกับการไปตัดสินชะตาตายกับผู้อื่น - - - ช่างชวนฝันปานนั้น ช่างมากด้วยน้ำใจปานนั้น
            น่าเสียดายที่ความรู้สึกเช่นนี้กลับมิใช่จะประสบได้บ่อยๆ มีบางคนกระทั่งคิดก็ยังมิอาจคิดไปถึง ดังนั้นจึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่หัวเราะเยาะข้าพเจ้า “จากพรากก็เพื่ออยู่ร่วม? ใช่เพื่อจะได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือไม่?”
            ข้าพเจ้าหัวเราะไม่ออก เพราะว่าข้าพเจ้ารู้ถึงความจริงที่ไม่น่าหัวเราะอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง
            ...การจากพราก บ่อยครั้งมักเพื่อจะได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นจริงๆ

๒
             มีบางครั้งที่ท่านพลันต้องแยกจากคนผู้หนึ่ง ความจริงพวกท่านไม่ต้องการลาจากกันเลย แต่แล้วพลันก็ต้องจากพราก เหมือนว่าที่จริงแล้วมิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ต่างก็รู้อยู่ในอกอย่างแจ่มชัด ว่าเวลาแห่งการจากพรากได้มาถึงแล้ว
            ท่านมิได้เต็มใจที่จะลาจากกันใช่หรือไม่ บางครั้งกระทั่งโอกาสที่จะกล่าวคำ “ลาก่อน” ให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังไม่มี
            ... ไยเป็นเช่นนั้นเล่า ไยต้องเอ่ยคำลา?
            การจากพรากเช่นนี้มิใช่การลาจาก หากแต่เป็น “ความตาย” แบบหนึ่ง

ความเรียงของโกวเล้ง


เรืองรอง รุ่งรัศมี แปล


พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกใน เดียวดายใต้เงาจันทร์ โกวเล้ง : รำพัน สำนักพิมพ์ฉับแกระ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๒

ลม ฝน นกร้อง และเสียงเพลง

 มองฟ้า 2010, สีน้ำบนกระดาษ (29x40 ซม.)

ลม ฝน นกร้อง และเสียงเพลง

จำได้ไหมว่า ได้ฟังเสียงลม เสียงฝน และเสียงนกร้องในธรรมชาติจริงๆ ครั้งหลังสุดเมื่อนานเท่าไรแล้ว
ชีวิตสมัยใหม่นำพาผู้คนห่างไกลออกไปจากธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว เราแสวงหาเสียงเพลงไพเราะ แสวงหาเครื่องเสียงดีๆ ที่ให้เสียงอย่างใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด กระทั่งบางครั้งเราพากันลืมเลือนไปว่า เสียงที่ไพเราะและเป็นธรรมชาติที่สุดนั้นมีอยู่แล้วในธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้เครื่องเสียง ลำโพง หรือแผ่นที่อัดได้ยอดเยี่ยมเลย
จิตใจและความคิดของเราเกิดอะไรขึ้น

เราฟังเสียงลม เสียงฝน เสียงธรรมชาติ ผ่านเครื่องเสียงชั้นดี แต่เสียงเหล่านี้ก็นำพาเม็ดฝน หยาดน้ำค้าง สายลม และเสียงนกร้องมาในจินตนาการเพียงเท่านั้น
ลมเสียง ฝนเสียง นกเสียง ช่วยให้ดอกไม้ใบหญ้าแพร่พันธุ์งอกงามได้ไหม?
เราเย็นฉ่ำชื่นอยู่ในห้องฟังเพลงที่ปรับอากาศไว้อย่างสบาย ขณะที่โลกทั้งใบร้อนขึ้นทุกที
โลกร้อน เราดับความร้อนในอารมณ์ด้วยการฟังเพลง แล้วก็ลืมเลือนเสียสิ้นว่า เราเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำให้โลกร้อนหรือไม่?

ฟังเพลงเย็นๆ แล้วย้อนสำรวจตัวเองกันบ้างก็ดี ถึงวันนี้ คนดีที่รักเครื่องเสียง รักเสียงเพลง เกลียดการดูถูกเหยียดหยาม ต้องเปิดหัวใจให้กว้างขึ้น ให้สามารถรักโลกสีน้ำเงินใบที่เราอาศัยอยู่ด้วย เพราะว่าหากย่ำยีโลกใบนี้ต่อไป คงไม่นานหรอกที่โลกทั้งใบจะถึงกาลล่มสลาย
แสวงหาความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และทางวัตถุแต่พอสมควรเถิด อย่าให้เลยถึงขั้นทำลายสังคม และทำลายโลกจนเกินจะเยียวยาแก้ไขเลย
สังคมไทยก้าวมาอยู่ตรงขอบเหวนั้นแล้ว เผลอไผลพลาดพลั้งอีกนิดเดียวก็จะร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว
ชะลอฝีเท้า และความทะยานอยาก หันมาสู่โลกธรรมชาติสักนิด ไม่ได้สัมผัส ลม ฝน แมลง ดอกไม้ในธรรมชาติจริงๆ ลองมาสัมผัสเสียงของธรรมชาติผ่านแผ่นซีดีและเครื่องเสียงก็ยังดี
อย่างน้อย ให้ลมเสียง ฝนเสียง นกเสียง นำพาจิตวิญญาณกลับมาสู่วิถีที่ชีวิตควรจะเป็น





เรืองรอง  รุ่งรัศมี
1997

ก้าว, ระหว่างเดินทาง


เพียงก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่ง โลกก็เปิดแผ่ขยายออกไป

ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี




ระหว่างเดินทาง

๑
รถยนต์คันนั้นแล่นไป เป็นรถเก๋งหรือรถกระบะก็จำไม่ได้ ปี พ.ศ.ไหนกันนะ ป้อมตำรวจป้อมนั้น สถานีรถไฟ ตลาดใกล้โรงเรียนและบ้าน ทุกสิ่งหายไปจากภาพที่เคยจดจำแจ่มชัด บ้านที่เกิดลืมตาดูโลก

๒
บางทีตัวเราก็หายไป หายไปทั้งความทรงจำ และตัวตนบางส่วน
ทางป่าของเด็กๆ กองทัพมด แสงไฟสลัวของเด็กที่เดินออกไปจากบ้าน แล้วไปไหนไม่ถูก แต่ก็ไม่ยอมกลับไป
เสียงหวีดร้องกลางดึกในโลกแห่งการสูญเสีย ฝีเท้าและเสียงรถไฟ
บางทีตัวเราก็ก้าวอยู่บนก้อนเมฆ ข้ามขอบฟ้า ไปดื่มกินความโดดเดี่ยวอ้างว้าง และอุ่นไมตรี
ดาวตกลงมา หนึ่งดวง สองดวง สามดวง ....
คืนนั้นหาดทรายมีคนมากมาย ไม่มีใครเก็บดาวดวงใดเอาไว้ในกล่องของใครเป็นการเฉพาะได้เลย ไม่มีกล่องใดเก็บดวงดาวเอาไว้ได้
ดาวตกลงมาดวงหนึ่ง มีคนนับร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน.... เก็บมันเอาไว้กับความรู้สึก ดวงดาวดวงหนึ่งของคนไม่รู้เท่าไร

๓
กลีบดอกไม้ร่วง สีขาวเล็กๆ กลิ่นหอมมิได้รุนแรง
ความฝันที่มิได้เป็นเงินเป็นทอง
ลมพัดดั่งเข็มนาฬิกา
กรวด หยาดน้ำค้าง มีค่าไม่ต่างกันในความเป็นจริง
แกนโลกยังคงเอียง โลกเป็นทรงกลมที่เราไม่เคยเห็นมันจริงๆ ด้วยตา
แกนของโลกเอียง ใจของคนเอียง สายฝนตกลงมาเป็นสายเฉียงๆ
บ้านหลังนั้นหายไป และมันเป็นบ้านหลังที่หายไปซึ่งตั้งอยู่ในความทรงจำของเรา

๔
เรายังมุ่งหน้าไปกันอยู่หรือ เราจะไปถึงบ้านหลังที่หายไปซึ่งตั้งอยู่ในความทรงจำของเราได้ไหม หนทางไกลไหม เรายังอยู่บนเส้นทางสายใด
ฝนตกลงมา กลีบดอกไม้ร่วงลงมา ลมยังพัด เรายังจะเดินทางมุ่งหน้าไปด้วยกันไหม

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
๒๕๔๘



พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ON THE WAY ออนเดอะเวย์ สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.๒๕๔๘

หอมเจ็ดลี้

七里香
หอมเจ็ดลี้

(บทกวีของสีมู่หรง)

溪水急著要流向海洋
ลำธารรีบร้อนจะไหลสู่ท้องทะเล
浪潮却渴望重回土地
ลูกคลื่นกลับโหยกระหายคืนกลับสู่แผ่นดินอีก

在绿树白花的篱前
เบื้องหน้าแนวไม้เขียวขจีดอกไม้สีขาว
曾那样轻易地挥手道别
เคยโบกมือกล่าวลาง่ายดายอย่างนั้น

而沧桑了二十年後
ทว่าหลังผ่านชีวิตผกผันมา 20 ปี
我们的魂魄却夜夜归来
วิญญาณของเราย้อนคืนกลับมาทุกๆ ค่ำคืน
微风拂过时
ยามที่สายลมแผ่วเบาโชยผ่าน
便化作满园的郁香
ก็แปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมกำจายไปทั่วทั้งสวน

席慕容(1943- )
สีมู่หรง ( 1943 - )
เรืองรอง. รุ่งรัศมี : แปล

หิ่งห้อย


หิ่งห้อยตัวน้อยๆ
ชอบออกมาเที่ยวเล่นตอนกลางคืน
แต่ว่า  มักหลงทางบ่อยๆ
แม่จึงติดโคมไฟดวงเล็กไว้ที่หางของพวกเขา
นับจากนี้... ทุกคืนที่หิ่งห้อยน้อยออกมาเที่ยวเล่น
เขาไม่หลงทางอีกแล้ว

          จาง  ซิ่ว ชุน ป.4 ก


พิมพ์ครั้งแรก ใน “ความลับของทะเล” สำนักพิมพ์ ฉับแกระ มีนาคม 2527



            ความลับของทะเล เป็นหนังสือแปลเล่มเล็กๆ รวมบทกวีและภาพเขียนของเด็กนักเรียนชั้นปฐมปีที่ 4, 5 6  ภายใต้การกระตุ้นและเร่งเร้าของคุณครู เฉิน จ๊อ เหวิน, คุณครู ตู้ ย๋วงซืน, คุณครู หลิว ติง ไฉ, คุณครูจาง ซีว หมิง, คุณครู หงจื้อ หมิง โรงเรียนปฐมไฮ๋ป่าว ตำบลโฮ่วหลง อำเภอเหมียวลี่ ในไต้หวัน มีอาคารเรียนเพียงหลังเดียว ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวประมง ข้างหน้าอาคารเรียนเป็นสนามกีฬา และข้างสนามกีฬาเป็นเนินทรายที่เด็กๆ ชอบมาเล่นซุกซนพร้อมทั้งเขียนบทกวี ซึ่งจัดว่าเป็นเด็กๆ ที่มีฐานะยากจนของสังคมไต้หวัน
หนังสือแปลเล่มเล็กๆ นี้ได้รับการ “มอง” จากหลายๆ ฝ่ายด้วยสายตาชื่นชม มิตรผู้เป็นกวีชื่นชมงานบางชิ้นให้ฟังยามวิสาสะ หนังสือบางฉบับคัดลอกผลงานบางบทไปตีพิมพ์ซ้ำด้วยน้ำเสียงชื่นชม... คุณครูท่านหนึ่งได้นำแนวคิด “กระตุ้นและเร่งเร้า” อย่างที่คุณครู ตู้ย๋วอ ชึน ใช้กับเด็กๆ ชาวไฮ๋ป่าว ไปใช้กับเด็กๆ ของเราที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กกาญจนบุรี และเกิดหนังสือ “พี่สาว” ซึ่งเป็น “พี่” ที่นำน้องๆ มาอีกหลายเล่ม
            เด็กๆ และคุณครูที่โรงเรียนปฐมไฮ๋ป่าว (ต้นฉบับผลงานที่น่ารักเหล่านี้) คงร่วมในความปิตินี้
            หวังว่าคุณจะชอบบทกวีหลายๆ บทของเด็กๆ เหล่านี้ บางทีอาจทำให้คุณเพรียกหาวัยเยาว์ให้หวนคืนมา เหมือนอย่างที่ฉันอยากให้ตัวเองกลับไปสู่การมองโลกในมิติที่ละเอียดอ่อนและน่าพิศวงในวัยเยาว์อีกครั้ง ขณะที่แปลหนังสือเล่มนี้




ด้วยความรัก
เรืองรอง  รุ่งรัศมี
กันยายน 2530
บางพลีใหญ่  ชานเมืองกรุง

คัดลอกบางส่วนที่ตีพิมพ์ลงในเกี่ยวกับผู้เขียน, บันทึกจากผู้แปล ความลับของทะเล ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง สำนักพิมพ์ เรจีนา มกราคม 2531