ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เต๋า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เต๋า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เลข 0 กับความเป็นตัวอักษรจีน


0 เป็นตัวเลขหรือตัวอักษร
ประเด็นนี้อาจไม่เป็นปัญหาสำหรับภาษาไทย แต่สำหรับภาษาจีนแล้วนี้เป็นประเด็นสำคัญทางวิชาการ
ภาษาจีนมีอักษรเขียนแทนตัวเลขอารบิค 1234567890 ว่า 一二三四五六七八九零 ไทยใช้เลขไทย (ซึ่งยืมมาจากอักษรขอมหลายตัว) ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐
เลข๐ของจีนกับของไทยเป็นวงกลมเหมือนกัน มีลักษณะแผกไปจาก 0 ที่เป็นวงรูปไข่ตามตั้งของฝรั่ง
จีนกลางอ่านเลข 0 ว่า "หลิง" ตัวอักษรที่แท้จริงคือ 零 อ่านว่า"หลิง" แต่ประเด็นคือ 0 สามารถถือเป็นตัวอักษรจีนหรือไม่ หรือว่ามันเป็นเพียง"ตัวยืม" ที่ไม่ใช่ตัวอักษรจีน

ตัวอักษรจีนมีลักษณะเฉพาะ มีลักษณะเป็นเส้นประกอบกันอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ตัวอักษรแต่ละตัวมีเสียงอ่านเฉพาะและแปลความหมายได้ ลักษณะโครงสร้างเส้นสายของตัวอักษรจีนมีเส้นลักษณะต่างๆดังนี้คือ
1 เส้นตามแนวนอน เช่น 一二三
2 เส้นตามแนวตั้ง เช่น 十 上 小 下
3 เส้นในแนวเฉียง เช่น 才 木
4 เส้นที่ล้อมเป็นกรอบเหลี่ยม เช่น 口 国
5 เส้นที่มีลักษณะเป็นจุดหรือขีดสั้นๆ เช่น 冰 河 流 点

โดยหลักๆแล้วตัวอักษรจีนสร้างขึ้นโดยนำเส้นเหล่านี้มาผสมกันในสี่เหลี่ยมช่องหนึ่ง หนึ่งตัวอักษรจะสร้างขึ้นบนพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้ พิจารณาตัวอักษรจีนที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นน่าจะพอทำความเข้าใจหลักการนี้ได้พอสมควรกระมัง

ตัวเลข 0 ไม่เข้าเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อของตัวอักษรจีนเลย
อีกทั้ง 0 ยังมีตัวเขียน 零 แต่ดั้งเดิมอยู่แล้ว
ในที่นี้ยังไม่เคยค้นคว้าให้กระจ่างจนสามารถอ้างอิงได้ว่าโลกรู้จักการนับจำนวนมาได้อย่างไร และจีนรู้จักเลข 0 มาอย่างไร
0 ในฐานะจำนวนนับ เป็นการค้นพบครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ
แต่ 0 ในฐานะตัวอักษรจีนเป็นประเด็นวิชาการที่ยังถกกันไม่จบ
ถ้ามันถือเป็นตัวอักษรจีน ทำไมมันมีลักษณะวิธีเขียนอยู่เหนือกฎเกณฑ์อย่างโดดเดี่ยวตัวอักษรเดียว และทำไมพจนานุกรมภาษาจีนส่วนใหญ่จึงมิได้บรรจุตัวอักษรสำคัญตัวนี้เอาไว้
ถ้ามันไม่ใช่ตัวอักษรจีน ความคิดเกี่ยวกับ สูญ , ความว่าง , ความไม่มี ทำไมจึงถูกสื่อด้วยภาพวาดเส้นพู่กันจีนที่เป็นวงกลมมาอย่างเนิ่นนาน

ในปรัชญาจีน และศิลปะจีน ความว่าง , ความไม่มี , สูญ ,สุญญตา เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกศึกษาค้นคว้าและอ้างอิงถึงเสมอ
ปรัชญาเต๋าอันเป็นปรัชญาแท้ของจีนพูด ถึง ความว่าง , ความไม่มี , สุญญตา , สูญ ฯลฯ ไว้มากมายนับพันๆ ปีแล้ว เต้าเต๋อจิง 道德经 ของ เหลาจื่อ (เล่าจื๊อ)老子 ,ปรัชญาเต๋าของจวงจื่อ 庄子 ,และ เลี่ยจื่อ 列子 ล้วนแต่พูดเรื่องความว่าง
แม้กระทั่งพุทธศาสนาของจีนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความว่าง
ธยานะ หรือ เซน (禅宗) ยิ่งย้ำชัดเรื่องความว่าง กระทั่งให้ ฉีกคัมภีร์ และผ่าพระพุทธรูปไม้ทำฟืน
เซนเน้นการถ่ายทอดธรรมแบบจากจิตสู่จิต ไม่จดบันทึกเป็นตัวหนังสือ และเน้นเรื่องความว่าง การไม่ยึดมั่นถือมั่นในรูปแบบ แบบแผน
เต๋า และ เซน เป็นแนวคิดที่ใกล้ชิดชีวิตคนจีนอย่างยิ่ง สำหรับชาวจีนแล้ว เต๋าและเซนไม่ใช่ "ลัทธิ" หากแต่เป็น "ศาสนา" (教) ถ้าคุ้นเคยกับหนังกำลังภายในหรือวรรณกรรมบู๊เฮี้ยบจะเห็นแนวคิดแบบนี้ได้อย่างชัดเจน
เส้าหลินซึ่งเป็นสำนักคิดแบบพุทธแท้ๆ ก็ยังเชื่อเรื่องความว่างแบบเดียวกับบู๊ตึ๊งที่ถือแนวปรัชญาเต๋า
นักพรตเต๋าแบบจางซานเฟิง แห่งบู๊ตึ๊ง และหลวงจีนอิกเต็งไต้ซือแห่งสำนักเส้าหลิน หรืออั้งชิดกงแห่งพรรคกระยาจก ล้วนแต่สนทนาธรรมกันด้วยประเด็นสุญญะ, ความว่าง, ความไม่มี, การปล่อยวาง

เอกสารโบราณของจีนมีตัวอักษร 零 อย่างมากมาย
ภาพวาดจีนมีภาพเส้นวงกลมเก่าแก่มาก
บทกวีจีนโบราณพูดถึงความว่างด้วยคำว่า 零 และถ้อยคำอื่นอีกหลายคำ
การจดจำนวนนับของจีนโบราณมีทั้งที่เป็นตัวอักษร 零 และที่เป็น ๐ วงกลมเมื่อบันทึกเลขศูนย์
เดิมนั้นสรรพสิ่งรวมตัวมิได้แยกจากกัน ต่อมาสิ่งที่เบาลอยขึ้นกลายเป็นฟ้า สิ่งที่หนักอยู่เบื้องล่างกลายเป็นดิน....
หนึ่งกำเนิดสอง สองกำเนิดสาม สามกำเนิดสรรพสิ่ง
เดิมนั้นสรรพสิ่งรวมตัวมิได้แยกจากกัน

วงกลมง่ายๆ วงหนึ่ง
คือความว่าง
คือความไร้
คือศูนย์
คือสุญญะ
คือความกลมกลืน
คือสรรพสิ่ง
และมิใช่สิ่งใดเลย


เรืองรอง  รุ่งรัศมี
4/6/2013



พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “Dragon Square” นิตยสาร Mix เดือนกรกฎาคม 2013

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จากปรัชญานิพนธ์เลี่ยจื่อ


ภูเลี่ยกูเย่อยู่บนพื้นดินที่เป็นรอยต่อระหว่างแม่น้ำและทะเล
บนภูมีผู้เป็นเทพ
ดูดซับสายลม ร่ำดื่มน้ำค้าง ไม่รับประทานธัญพืชทั้งห้า
ปณิธานแห่งจิตใจเป็นดั่งน้ำใสในธารลึก
ลักษณะอ่อนโยนสงบดั่งดรุณีน้อย มิอิงแอบลุ่มหลง
ถือเอาการมีอายุยืนยาวดุจเซียน
และการมีคุณธรรมกระจ่างจ้าเป็นอำมาตย์บริวาร
ไม่วิตกหวาดกลัว ไม่มีโมโหโทโส
ถือเอาความจริงใจถ้วนถี่เป็นข้ารับใช้
มิบริจาคถือเป็นบุญคุณ
หากทว่าสิ่งทั้งหลาย (อันอยู่นอกกาย) นั้น มีเพียงพอแก่อัตภาพ
ไม่เบียดเบียนสะสม
หากแต่ตนนั้นมิได้อยู่ในความขาดแคลน
อินและหยางอยู่ในสมดุลเป็นนิจศีล
ตะวันจันทราส่องสว่างอยู่โดยสม่ำเสมอ
กาลทั้งสี่ราบรื่นอยู่ตลอดเวลา
ลมและฝนสมดุลเพียงพอ
สัตว์เลี้ยงแพร่พันธุ์เติบโตเป็นปกติ
การเก็บเกี่ยวพืชผลอุดมสมบูรณ์ทุกปี
แผ่นดินมิได้มีความวิปริตป่วยไข้
ผู้คนมิได้ป่วยเจ็บล้มตายแต่อายุยังน้อย
เมื่อสรรพสิ่งทั้งหลายมิได้ป่วยเจ็บ
ผีร้ายก็มิมีปรากฏการณ์ประหลาดแสดงให้เห็น

เลี่ยจื่อ
ปรัชญานิพนธ์เต๋าสมัยราชวงศ์โจว (1066-256 B.C.)


คัมภีร์เลี่ยจื่อ หากจะนับโดยอายุ สันนิษฐานว่าเก่าแก่มากกว่า 2,000 ปี เพียงแต่หลักฐานบันทึกโบราณยังมิอาจสรุปชี้ชัดลงได้อย่างแน่นอนว่า เลี่ยจื่อ คือใคร
ปราชญ์แห่งลัทธิเต๋าทั้งเหลาจื่อ และจวงจื่อนั้น มีหลักฐานบันทึกประวัติเป็นลายลักษณ์อักษร อยู่ในหนังสือ “บันทึกประวัติศาสตร์” (สื่อจี้) อันเป็นหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการเล่มแรกของจีน ที่เรียบเรียงขึ้นโดยซือหม่าเชียน (145-87 ปีก่อน ค.ศ.)
หากแต่ซือหม่าเชียนมิได้เขียนประวัติของเลี่ยจื่อบันทึกไว้ในสื่อจี้เป็นหลักฐาน
แม้กระนั้น จากหลักฐานข้อมูลอื่นๆ ก็ยังสามารถสันนิษฐานว่า เลี่ยจื่อน่าจะเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และคัมภีร์เลี่ยจื่อนั้น มีเอกสารหลักฐานตกทอดกันมายาวนาน
ทั้งในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง (เต๋าเต๊กเก็ง) ของเหลาจื่อ และคัมภีร์จวงจื่อ โดยจวงจื่อ ล้วนมีส่วนที่อ้างอิงหรือกล่าวโยงไปถึงเลี่ยจื่ออย่างชัดเจนหลายแห่ง โดยเฉพาะในปรัชญานิพนธ์จวงจื่อ มีอยู่หลายบทที่เป็นข้อความเดียวกับคัมภีร์เลี่ยจื่อ

นอกจากในฐานะคัมภีร์ปรัชญาแล้ว เนี้อหาในคัมภีร์เลี่ยจื่อยังมีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งแปลกไปจากคัมภีร์เต้าเต๋อจิง คือ มีลักษณะเขียนคล้ายการเสนอวิถีแห่งการดำเนินชีวิต ลักษณะเช่นนี้มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์จวงจื่อเช่นกัน ทว่ามิได้เรียบง่ายและมิได้มีจำนวนมากเท่าคัมภีร์เลี่ยจื่อ
แม้ว่าคัมภีร์เต๋าทั้ง 3 เล่มนี้ จะมีเนื้อหาส่วนที่เป็นลักษณะอภิปรัชญาทุกเล่ม แต่คัมภีร์เต้าเต๋อจิงซึ่งมีเพียง 81 บท และบันทึกลงด้วยถ้อยคำน้อยที่สุด กลับเป็นเล่มที่มีลักษณะอภิปรัชญาสูงสุด ขณะที่คัมภีร์จวงจื่อมีลักษณะเชิงอภิปรัชญารองลงมา และคัมภีร์เลี่ยจื่อมีลักษณะการเขียนแบบชี้แนะวิถีแห่งการดำเนินชีวิตมากที่สุดและชัดเจนที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 เล่มดังกล่าว

บทที่เลือกมาแปลในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าแสดงถึงการเสนอวิถีปรัชญาเชิงธรรมชาตินิยม โดยมุ่งเน้นที่คุณธรรมในการดำเนินชีวิต ยืนอยู่บนหลักอันมั่นคงของแนวคิดแบบตะวันออก คือ ความสงบ สันโดษ อ่อนโยน สมดุล เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และไม่อวดโอ่
ปรัชญานิพนธ์เลี่ยจื่อ เป็นเสมือนปรัชญาคิดเชิงสุขนิยมแบบตะวันออก เป็นเสมือนสายลมบริสุทธิ์พัดแผ่วให้ความเย็นชื่น เป็นดั่งน้ำค้างวาวใส ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์สะอาด ทว่าก็เป็นปรัชญาที่จับต้องได้ นำมาประยุกต์ปฏิบัติได้จริง แม้เมื่อกาลเวลาล่วงผ่านมาร่วม 3,000 ปีแล้วก็ตามล

เรืองรอง รุ่งรัศมี
3 / 2000


ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "สายลมในกิ่งหลิว" เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 407 วันที่ 20-26 มีนาคม 2000

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บางบทจากปรัชญานิพนธ์เลี่ยจื่อ



ผู้เฒ่าแห่งหูชิวกล่าวต่อซุนสูอ๋าวว่า
“มนุษย์เรานี้ มีความคับแค้นใจอยู่ 3 ประการ ท่านรู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้ไหม?”
ซุนสูอ๋าวกล่าวว่า
“หมายความว่ากระไร?”
ผู้เฒ่าแห่งหูชิวตอบว่า
“ผู้ที่มียศศักดิ์สูง
ผู้คนย่อมจะริษยาเขา
ผู้ที่มีอำนาจในตำแหน่งมาก
ผู้เป็นราชาย่อมเกิดความเกลียดชังรังเกียจเขา
ผู้ที่มีเงินทองสินทรัพย์มาก
คำนินทาว่าร้ายย่อมจะมุ่งไปที่ตัวเขา”
ซุนสูอ๋าวกล่าวว่า
“ยศศักดิ์ของข้ายิ่งสูง
ความทะเยอทะยานของข้าก็ยิ่งต่ำลง
อำนาจในตำแหน่งของข้ายิ่งมาก
ความปรารถนาแห่งใจของข้าก็ยิ่งเล็กลง
เงินทองสินทรัพย์ของข้ายิ่งมาก
การมอบอุทิศของข้าก็ยิ่งกว้างไกล
ดังนั้น
ข้าจึงสามารถละเลี่ยงเสียซึ่งความคับแค้นใจทั้ง 3 ประการนี้
ข้ากระทำไปเช่นนี้ใช้ได้กระมัง?”

เลี่ยจื่อ
ปรัชญานิพนธ์เต๋าสมัยราชวงศ์โจว (1066-256 B.C.)

เลี่ยจื่อ เป็นชื่อปรัชญานิพนธ์โบราณของจีน ถือเป็นคัมภีร์สำคัญ 1 ใน 3 ของลัทธิปรัชญาเต๋า คัมภีร์ปรัชญาเต๋าทั้ง 3 เล่มของจีนคือ
เต๋าเต๋อจิง (เต๋าเต๊กเก็ง) โดย เหลาจื่อ (เล่าจื๊อ)
คัมภีร์จวงจื่อ (จวงจื๊อ) โดย จวงจื่อ
คัมภีร์เลี่ยจื่อ (เลี้ยกจื๊อ) โดย เลี่ยจื่อ
คัมภีร์ทั้ง 3 เล่มนี้ต่างถือเป็นสดมภ์หลักของแนวปรัชญาเต๋าที่สอนถึงเรื่องสุญญะ การปล่อยวาง และการใช้ชีวิตกลมกลืนกับคุณธรรมแห่งจักรวาล
มองด้วยสายตาสมัยใหม่ ปรัชญาเต๋านั้นนอกจากเป็นคัมภีร์เชิงอภิปรัชญาแล้ว ยังเป็นปรัชญาเชิงธรรมชาติด้วย
นอกจากความสำคัญในฐานะคัมภีร์ปรัชญาแล้ว คัมภีร์ทั้ง 3 เล่มนี้ ยังถือเป็นผลงานเชิงวรรณกรรมชั้นเยี่ยมในยุคโบราณของจีน

ในภาษาไทยนั้น คัมภีร์เหลาจื่อ มีแปลไว้เป็นฉบับสมบูรณ์หลายสำนวน ที่จำได้และยังหาซื้อได้ง่ายบนแผงหนังสือไทย คือ “วิถีแห่งเต๋า” ที่ พจนา จันทรสันติ แปลผ่านฉบับภาษาอังกฤษ และ “เต๋าเต๊กเก็ง” ที่ โชติช่วง นาดอน แปลผ่านฉบับภาษาจีน
“คัมภีร์จวงจื้อ” ที่ ปกรณ์ ลิมปนุสรณ์ แปลผ่านภาษาจีน ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งที่หาได้ไม่ยากบนแผงหนังสือไทย
ทั้ง “วิถีแห่งเต๋า”, “เต๋าเต๊กเก็ง” และ “คัมภีร์จวงจื้อ” เป็นคัมภีร์ปรัชญาเต๋าฉบับภาษาไทยที่เชื่อมั่นได้ในความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้แปล และใช้ภาษาไทยได้อย่างผู้มีฝีมือและมีภูมิปัญญา
น่าเสียดายที่ “คัมภีร์เลี่ยจื่อ” ยังไม่มีฉบับภาษาไทยที่สมบูรณ์ให้เห็นในปัจจุบัน ท่านผู้ที่เป็นนัก ‘เล่น’ หนังสือเก่า หากลองค้นคว้าอย่างจริงจัง อาจพบฉบับแปลเก่าๆ ที่น่าสนใจก็เป็นได้ หากว่ามี “คัมภีร์เลี่ยจื่อ” ภาษาไทย ฉบับสำนวนเก่าอยู่จริง ก็น่าที่จะนำมาตีพิมพ์ใหม่ เพื่อความสมบูรณ์ของหนังสืออ้างอิงคัมภีร์ปรัชญาเต๋า

 เรืองรอง รุ่งรัศมี
3 / 2000


ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "สายลมในกิ่งหลิว" เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 406 วันที่ 13-19 มีนาคม 2000