ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อักษรจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อักษรจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คำคมภาษาจีนกับตัวเต็มตัวย่อ


คนเรียนภาษาจีนใหม่ๆ หรือคนที่ไม่เคยเรียนภาษาจีน มักจะมีปัญหาข้องใจว่าจะเรียนภาษาจีนแบบตัวเต็ม (ฝานถี่จื้อ- 繁體字) หรือภาษาจีนแบบตัวย่อ (เจี๋ยนถี่จ้อ- 简体字) เพราะฟังๆ กันมาว่าแบบตัวเต็มนั้นขีดเยอะกว่า เรียนยากกว่า
ดูข้อความภาษาจีนส่วนอธิบายศัพท์ต่อไปนี้ จะพบว่ามีคำที่ตัวฝานถี่จื้อเขียนต่างจากตัวเจี๋ยนถี่จื้อ 3 ตัว อีกทั้งที่เขียนต่างกันนั้นก็มิได้ต่างกันมากมาย
小时 : 小時 : xiǎo shí  : เสี่ยว สือ : ชั่วโมง
等于[等於] : děng yú : เติ่ง อวี๋ : เท่ากับ
两 : [兩] : liǎng : เหลี่ยง : 2 / สอง

หนังสือภาษาจีน รวมทั้งข้อเขียนภาษาจีนในอินเทอร์เน็ต มีทั้งที่เขียนด้วยตัวเต็มและตัวย่อ และไม่ว่าภาษาจีนแบบตัวเต็มหรือภาษาจีนแบบตัวย่อ ต่างก็ใช้ตัวอักษรจีนซ้ำกันอยู่จำนวนหนึ่ง (ปริมาณค่อนข้างมาก)

今天的一小时等于明天的两小时 。
jīn tiān de yī  xiǎo shí děng yú míng tiān de liǎng xiǎo shí
หนึ่งชั่วโมงของวันนี้เท่ากับสองชั่วโมงของวันพรุ่งนี้ .

อธิบายศัพท์
今天 : jīn tiān : จิน เทียน : วันนี้
的 : de : เตอ : คำแสดงการเป็นเจ้าของ
一 : yī : อี : หนึ่ง / 1
小时 : 小時 : xiǎo shí  : เสี่ยว สือ : ชั่วโมง
等于[等於] : děng yú : เติ่ง อวี๋ : เท่ากับ
明天 : míng tiān : หมิง เทียน : วันพรุ่งนี้
的 : de : เตอ : คำแสดงการเป็นเจ้าของ
两 :[兩]: liǎng : เหลี่ยง : 2 / สอง
小时 : xiǎo shí : เสี่ยว สือ : ชั่วโมง

ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน วันพรุ่งนี้อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ คำคมเตือนใจนี้เตือนสติเรื่องคุณค่าของเวลา ดังนั้น จึงควรถนอมรักษาแต่ละชั่วโมงของวันนี้ให้ดีๆ


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ขยายขอบเขตอาหารการกิน


เรารู้มาแล้วว่า食 : shiˊ : สือ : กิน
ภาษาจีนยังมีคำว่า “กิน” อีกคำหนึ่งที่ออกเสียงคล้ายกันคือคำว่า
吃 :chi :ชือ : กิน
吃饭 : chi fanˋ :ชือ ฟ่าน : กินข้าว
早餐 :zaoˇcan :จ่าว ชัน :มื้อเช้า
และยังมีคำที่หมายถึงอาหารมื้อเช้าคำอื่นอย่าง
早点 : zaoˇdian :จ๋าว เตี่ยน:มื้อเช้า
早饭 : zaoˇfan :จ่าว ฟ่าน :มื้อเช้า
จะเห็นว่า มีตัวหนังสือที่จำง่ายมากและเดาความหมายออกอยู่ตัวหนึ่ง คือ
早 : zaoˇ:จ่าว : เช้า
早 : zaoˇ:จ่าว : เช้า จำง่ายมาก เป็นช่องสี่เหลี่ยมมีขีดขวางอยู่ตรงกลาง 日 ด้านล่างเป็นเครื่องหมาย บวก หรือ กากบาท 十 ถ้าเราไม่ละเลยที่จะจดจำมันไว้ให้แม่น เวลาที่เห็นอักษรจีนตัวอื่นที่มีส่วนนี้ผสมอยู่ เราก็จะจำได้ง่ายขึ้นมาก เช่น
早 : zaoˇ:จ่าว : เช้า
草 : caoˇ : ฉ่าว : หญ้า
朝 : chaoˊ : ฉาว : ราชสำนัก
朝代 : chaoˊdaiˋ : ราชวงศ์
ถ้าเราละเลยกับ คำ 早 : zaoˇ:จ่าว : เช้า เสียตั้งแต่ต้น คำอย่าง 草 : caoˇ : ฉ่าว : หญ้า ยังอาจพอจดจำได้ไม่ยาก
แต่พอเป็น 朝 : chaoˊ : ฉาว : ราชสำนัก / 朝代 : chaoˊdaiˋ : ราชวงศ์
จะเริ่มรู้สึกตาลายขึ้นมาบ้างแล้ว แต่หากพิจารณาให้ละเอียด ถอดชิ้นส่วนของคำ
朝 : chaoˊ : ฉาว : ราชสำนัก จะพบว่ามันประกอบด้วยช้ินส่วน ซ้าย 十 日 十 ส่วนด้านขวา คือ 月

พอเห็นแบบนี้เราจะจำง่ายขึ้น และถ้าเราคัดลายมือ คำว่า 朝 : chaoˊ : ฉาว : ราชสำนัก /
朝代 : chaoˊdaiˋ : ราชวงศ์ หลายๆ รอบจนคุ้นมือ
เวลาเราไปเจอตัวหนังสืออย่าง 嘲 chaoˊ : ฉาว : หัวเราะเย้ยหยัน / เย้ยหยัน / เยาะเย้ย / เยาะ เราแทบจะจำคำใหม่นี้ได้ในทันที

ภาษาจีนไม่ได้เรียนยากอะไรนักหนาหรอก เราเพียงแต่ประมาทไปหน่อย หากไม่ยอมวางรากฐานตอนเริ่มต้นโดยมองว่ามันง่ายอย่างนี้เอง ข้ามๆ ไปก่อนก็ได้ พอเผลอไปแป๊บเดียว อ้าว มันกลายเป็นยากตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย
ลองดูตัวหนังสือตัวนี้ดูสิ
嘲 chaoˊ : ฉาว : หัวเราะเย้ยหยัน / เย้ยหยัน / เยาะเย้ย / เยาะ
มองมุมยากมันก็ยากนะ แต่มองมุมง่าย ถอดมันเป็นชิ้น 3 ชิ้น ชิ้นกลาง ถอดเป็นชิ้นย่อย บน กลาง ล่าง
十 日 十
อ้าว มันมันยากนี่หว่า.
ลองมองดูตัวอักษรนี้อีกทีสิ
嘲 chaoˊ : ฉาว : หัวเราะเย้ยหยัน / เย้ยหยัน / เยาะเย้ย / เยาะ
มันกำลังหัวเราะหยอกล้อเราเล่นอยู่ใช่ไหมเนี่ย !?!


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จีนวิทยา : อักษรจีน จากการคลี่คลายตัวถึงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์


ความรู้ด้านจีนวิทยาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาขาความรู้สังคมศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ ปรัชญา อักษรศาสตร์ ภาษาและนิรุกติศาสตร์นั้น ถือได้ว่าเป็นส่วนที่นักจีนวิทยา (Sinology) โดยทั่วไปให้ความสนใจและร่วมสนุกด้วยมากที่สุด
ครั้งหนึ่งก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเฟื่องฟูและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เคยมีนักวิชาการท่านหนึ่งจุดประเด็นเรื่องคอมพิวเตอร์ภาษาจีนขึ้นมา จากนั้นประเด็นเรื่องคอมพิวเตอร์กับภาษาจีนก็เริ่มแตกขยายตัว กลายเป็นวิวาทะครั้งใหญ่ในนิตยสารภาษาจีน แพร่จากฉบับหนึ่งไปสู่อีกฉบับหนึ่ง ถกเถียง อภิปราย ยืนยันหลักการ อ้างอิงข้อมูลและทฤษฎีกันอย่างมีแง่มุมหลากหลาย
เมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ถือกันว่าก้าวหน้าและซับซ้อน ต้องมาบรรจบพบกับภาษาอันเก่าแก่ที่ตกทอดกันมายาวนาน แง่มุมและทฤษฎีจึงถูกเสนอถูกอภิปรายกันอย่างคึกคัก

ก่อนสู่วิวาทะเรื่องคอมพิวเตอร์ภาษาจีนนั้น ก็เคยมีวิวาทะครั้งใหญ่เรื่องภาษาจีนควรคลี่คลายพัฒนาไปอย่างไร เป็นประเด็นที่นักจีนวิทยาทั่วโลก ถกเถียง อภิปรายกันผ่านหน้าหนังสือจีน
ตัวอักษรจีนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นแยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้ คือ ตัวอักษรแบบ “ตัวเต็ม” (แบบตัวเก่าซึ่งคลี่คลายตัวมาจากครั้งการปฏิวัติและจัดระบบอักษรจีนในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้) ตัวเต็มนี้ ภาษาจีนกลางเรียกว่า “ฝานถี่จื้อ” อีกแบบหนึ่งคืออักษรจีนที่ย่อและลดขีดให้ซับซ้อนน้อยลง เรียกว่า “ตัวย่อ” หรือ “เจี๋ยนถี่จื้อ”
ปัจจุบันนี้หนังสือที่พิมพ์ในไต้หวันทุกเล่มจะใช้อักษรจีนแบบตัวเต็ม หรือฝานถี่จื้อ ส่วนหนังสือจีนที่พิมพ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ทุกเล่มจะใช้อักษรจีนแบบตัวย่อหรือเจี๋ยนถี่จื้อ
ส่วนหนังสือจีนที่พิมพ์ในที่อื่นๆ นั้น บางเล่มใช้ตัวเต็ม บางเล่มก็ใช้ตัวย่อ

หนังสือภาษาจีนในเมืองไทยที่เป็นหนังสือเล่มนั้น มักใช้อักษรแบบตัวเต็มกันเกือบทุกเล่ม ส่วนในหนังสือพิมพ์รายวันบางเล่มใช้ตัวเต็มบางเล่มใช้ตัวย่อ ถ้าดูโดยสัดส่วนแล้ว หนังสือภาษาจีนที่พิมพ์ในเมืองไทยจะใช้อักษรตัวเต็มมากกว่าตัวย่อ
หนังสือจีนในฮ่องกงก็มีทั้งส่วนที่พิมพ์ด้วยตัวเต็มและตัวย่อเช่นกัน สังเกตดูแล้ว ดูเหมือนหนังสือเล่มส่วนใหญ่ของฮ่องกงจะใช้ตัวเต็มเป็นหลัก นิตยสารและหนังสือพิมพ์รายวันนั้นมีทั้งที่เป็นตัวย่อและตัวเต็ม
ในสิงคโปร์ หนังสือจีนใช้อักษรจีนตัวย่อมากกว่า ทั้งในนิตยสารและหนังสือเล่ม แต่เล่มที่ใช้อักษรจีนตัวเต็มก็มี
ในมาเลเซีย ส่วนที่เป็นนิตยสารและหนังสือพิมพ์ มีทั้งใช้อักษรจีนตัวย่อและตัวเต็ม ส่วนหนังสือเล่ม ผู้เขียนยังสัมผัสมาน้อย คือไม่มีข้อมูลพอที่จะสรุปลงไปในข้อเขียนชิ้นนี้
หนังสือจีนที่พิมพ์ในประเทศตะวันตก ดูเหมือนว่าจะนิยมใช้อักษรจีนเต็มตัวกันเป็นส่วนใหญ่
การที่หนังสือจีนในพื้นที่ต่างๆ เลือกใช้ตัวอักษรแบบตัวย่อหรือตัวเต็มนั้น ย่อมมีเหตุผลพื้นฐานรองรับ ส่วนหนึ่งคำนึงถึงฐานการตลาด เพราะหนังสือภาษาจีนสามารถส่งขายได้ทั่วโลก แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องการแสดงสถานะของตนเองทางด้านสังคมและการเมือง

แน่นอนว่าจีนแผ่นดินใหญ่ต้องใช้อักษรจีนแบบตัวย่อ เพราะการปฏิวัติอักษรจีนครั้งมโหฬารเกิดขึ้นในยุคของเหมาเจ๋อตง โดยมีเหตุผลและทฤษฎีพื้นฐานรองรับการปฏิวัติอักษรจีนว่า เพื่อให้เขียนง่าย จำง่าย ลดความยุ่งยาก เพื่อให้ภาษาสามารถเป็นที่เรียนรู้ของมวลชนวงกว้างได้ง่ายและรวดเร็ว หากจีนแผ่นดินใหญ่ยอมใช้ระบบอักษรตัวเต็มในหนังสือที่ตนพิมพ์ก็เท่ากับเป็นการเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองว่า ทฤษฎีพื้นฐานของตนผิดพลาด จะเป็นที่อับอายต่อสังคมวิชาการและสังคมการเมืองไปทั่วโลก
ทางด้านไต้หวันยืนยันใช้อักษรจีนแบบตัวเต็ม เหตุผลหนึ่งนั้นเพราะอักษรจีนแบบตัวเต็มได้ใช้สืบต่อกันมายาวนานนับพันปี มีผู้ที่อ่านเขียนภาษาจีนอักษรตัวเต็มอย่างคุ้นเคยอยู่แล้วอย่างกว้างขวางลึกซึ้ง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเครื่องมือแสดงจุดยืนทางการเมืองเช่นกันว่า มีความเป็นตัวของตัวเอง มีจุดยืนที่มั่นคง เพราะหากยอมรับว่าทฤษฎีอักษรตัวย่อถูก ก็เท่ากับเป็นการเพลี่ยงพล้ำและเสียหน้าทางการเมือง
ส่วนในประเทศอื่นๆ ที่มีใช้ทั้งอักษรตัวเต็มและอักษรตัวย่อ เพราะแต่ละอย่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยในตัวเอง อีกทั้งในด้านการตลาดก็มีผล หากคนในท้องถิ่นนั้นคุ้นกับอักษรจีนแบบไหน ต้องเลือกแบบนั้น และนี่ก็มีผลให้คนเลือกพิมพ์หนังสือด้วยอักษรจีนเต็มตัวมากกว่า เพราะคำนึงถึงผู้อ่านซึ่งเรียนภาษาจีนมาในระบบเก่า คนรุ่นอายุมาก และการเชื่อมโยงไปอ่านหนังสือยุคเก่า ซึ่งล้วนแต่ใช้ตัวอักษรจีนแบบตัวเต็ม ซึ่งนั่นเท่ากับว่าตลาดการขายของหนังสือจีนที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรแบบตัวเต็มจนถึงปัจจุบันนั้น จะมีโอกาสทำกำไรเป็นเม็ดเงินที่มากกว่า เนื่องจากคนนอกดินแดนจีนแผ่นดินใหญ่โดยทั่วไป ยังคุ้นกับอักษรจีนแบบตัวเต็มมากกว่าตัวย่อ และหนังสือที่พิมพ์ขายนอกดินแดนจีนแผ่นดินใหญ่ก็ตั้งราคาขายได้สูงกว่าในดินแดนจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะสัมพันธ์กับต้นทุนและกำลังซื้อ ซึ่งนั่นย่อมสัมพันธ์กับผลกำไรตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบทุนนิยม

การวิวาทะเรื่องการคลี่คลายตัวของอักษรจีน การพัฒนาอักษรจีนสัมพันธ์ไปถึงทฤษฎีทางภาษาศาสตร์และนิรุกติศาสตร์ ทั้งสิ่งเหล่านี้ยังถูกผูกโยงกับความคิดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาจีนอีกทีหนึ่ง ว่าใครจะสามารถพัฒนาไปได้เร็วกว่า ก้าวหน้ากว่า สมบูรณ์ลึกซึ้งกว่า
ใครที่ไปถึงหลักชัยได้โดยสมบูรณ์ ก็จะได้ทั้งชื่อเสียง หน้าตา ผลประโยชน์ เงินทอง ความก้าวหน้าทางวิชาการ ตลอดจนสถานะในสังคมวิชาการ และสถานะในสังคมโลกในอีกหลายๆ ด้าน

ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ภาษาจีนมีทั้งระบบอักษรตัวเต็มและอักษรตัวย่อ โดยทั่วไปแล้วโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาจีนมักออกแบบให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกใช้อักษร ในรูปแบบที่ตนคุ้นเคยและถนัดได้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาจีนพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง การครอบครองส่วนแบ่งตลาดและความก้าวหน้าทางวิชาการทางวิชาการสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง
จากการคลี่คลายและพัฒนาตัวของทฤษฎีตัวอักษรจีน ปลายด้านหนึ่งนั้นผูกโยงกับความรู้ทางภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ และนิรุกติศาสตร์ ขณะที่ปลายอีกด้านหนึ่งมาสัมพันธ์กับทฤษฎีคอมพิวเตอร์ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนต้องยืนอยู่บนรากแก้วที่สำคัญยิ่ง คือความรู้พื้นฐานภาษาจีน
นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้จีนวิทยา ซึ่งผูกโยงสัมพันธ์กับชีวิตตั้งแต่ยุคโบราณยันยุคเทคโนโลยีอวกาศในวันนี้


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในหนังสือ มังกรซ่อนลาย แพรวสำนักพิมพ์ พ.ศ.2541

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาษาจีนนอกแบบเรียน


การเรียนจากบทเรียนแบบจริงจัง อาจทำให้คนเรียนภาษาจีนบางคนเบื่อ ท้อ หรือกลัว อันเป็นอุปสรรคที่ทำให้พัฒนาตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าได้ช้า. เรียนภาษา มีวิธีการไปสู่จุดหมายได้หลายวิธี การหาบทเรียนแปลกๆ นั้นทำให้หายเบื่อ และสนุกสนานขึ้น. 

นิทาน / เรื่องสั้น / บทเพลง / ความเรียง / เรื่องขำขัน / ข่าว / บทความ ฯลฯ ล้วนแต่ใช้เพื่อเรียนภาษาได้. อาศัยการเปิดพจนานุกรม(ปัจจุบันพจนานุกรมอิเล็กทรอนิคให้ได้ทั้งเสียงอ่านและความหมายได้รวดเร็วมาก), อาศัยการจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ด้วยการขยันคัดลายมือ, กระทำด้วยความสม่ำเสมอ ไม่นานก็จะสามารถพัฒนาตนเองจนสื่อสารได้คล่องแคล่วอย่างใจ.

เรื่องข้างล่างนี้คงช่วยให้เรียนภาษาจีนได้รื่นรมย์ขึ้น เชิญทดลองดู

一个新生去学校报到。

老师 : 家长姓名 ?

学生  : 李大猛

老师  : 和你的关系 ?

学生  : 不好,他经常揍我!

นักเรียนใหม่คนหนึ่งไปรายงานตัวที่โรงเรียน
ครู  :  ชื่อ แซ่ ผู้ปกครอง?
นักเรียน : หลี่ต้าเหมิ่ง
ครู : ความสัมพันธ์กับเธอ?
นักเรียน : ไม่ดี(ไม่ราบรื่น) , เขาทุบตีผมบ่อยฮะ!

คำศัพท์
一个 :  อี๋ เก้อ : หนึ่งคน/คนหนึ่ง
个 :  เก้อ : ลักษณะนาม ใช้เรียกสิ่งของ และคน
新生 : ซิน เซิง : นักเรียนใหม่
新  : ซิน :  ใหม่
学生 : เสวฺ  เซิง  :  นักเรียน
去  : ชวี่ : ไป
学校  : เสวฺ  เซี่ยว :  โรงเรียน 
报到  : ป้าว  เต้า  :  รายงาน / รายงานตัว
老师  : หล่าว  ซือ :  ครู / อาจารย์
家长  : เจีย. จ่าง :  ผู้ปกครอง
家  :  เจีย  :  บ้าน /ครอบครัว 
长  :  จ่าง :  ผู้ที่เป็นหัวหน้าของแผนกต่างๆ เช่น    ฉวน จ่าง  : กัปตันเรือ /_ __ : เคอจ่าง  :  หัวหน้าแผนก
姓. : ซิ่ง :  แซ่ /. ชื่อสกุล. / นามสกุล
名 :  หมิง  :  ชื่อ
李大猛 :  หลี่ ต้า เหมิ่ง :  ชื่อคน. ;  / ต้าเหมิ่ง _แซ่หลี่
李 : หลี่  :  แซ่หลี่ /. ชื่อสกุลๆหนึ่งของจีน
大 :  ต้า :  ใหญ่ /. รุนแรง
猛 :  เหมิ่ง  :  ดุดัน /รุนแรง
和 :  เหอ :  กับ. / และ
你  : หนี่  :  เธอ /คุณ_
的  :  เตอ :  แสดงการเป็นเจ้าของ 
关系  :  กวน ซี  :  ความสัมพันธ์ / ความเกี่ยวข้อง
不好  : ปู้ ห่าว  :  ไม่ดี
不  :  ปู้  :  ไม่
好  :  ห่าว :  ดี
他  :  ทา  :  เขา
经常 :  จิง ฉาง : บ่อยๆ /. เสมอๆ. / เป็นประจำ
揍. :  โจ้ว  :  ทุบตี /ทำร้ายร่างกาย /ลงไม้ลงมือด้วยกำลัง
我  :  หว่อ :  ฉัน / ผม. / ข้า /ข้าพเจ้า / กู 

คำที่น่าสนใจในเรื่องนี้ คือ คำว่า "ความสัมพันธ์" (กวน ซี )  
关系. คำๆ นี้ มีทั้งนัยยะของการข้องเกี่ยวกันในเชิงโยงใยสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์  
เด็กคนนี้ตอบในความหมาย "การปฏิสัมพันธ์" หรือการถูกปฏิบัติจากพ่อของเขา  ขณะที่ครูถามในความหมาย "การข้องเกี่ยวสัมพันธ์" หรือ "ความเกี่ยวข้องกัน".
น่าสนใจที่ชื่อของผู้เป็นพ่อ  หลี่ ต้า เหมิ่ง 李大 掹 
大 : ต้า : แปลว่าใหญ่ แปลว่าอย่างมาก / มหา_ก็ได้。
掹  : เหมิ่ง : แปลว่า  ดุดัน / รุนแรง 
大掹 : ต้า เหมิ่ง : จึงมีความหมายว่า / ดุร้ายมาก / รุนแรงมาก. / ดุโคตรๆ
คนชื่อ “ดุโคตรๆ” ย่อมเป็นชื่อตัวละครที่ ทุบตีลูกได้เป็นเรื่องธรรมดา

ทีนี้มาเพิ่มเติมความรู้วิธีแนะนำตัวของคนจีนสักหน่อย
ชื่อ คนจีน แซ่ หรือ ชื่อสกุล จะอยู่ข้างหน้า. ชื่อ อยู่ตามหลังแซ่ หรือชื่อสกุลอีกที. ทั้งนี้ เพราะคติจีนถือว่า ถ้าไม่มีวงศ์ตระกูลหรือบรรพบุรุษ ตัวเขาก็ย่อมไม่มี. ดังนั้น ความเป็น"บุคคล" จึงไม่ได้ถูกให้ค่าเท่ากับว่า เขาเป็นใคร มาจากไหน? ผ่านภูมิหลังอย่างไร
เวลาแนะนำแซ่. ชาวจีน จะระบุลงไปให้ชัดว่าหมายถึงตัวอักษรตัวไหน. เนื่องจากการพูดไม่ใช่การเขียน ภาพในจินตนาการจึงสำคัญ. การแยกตัวอักษรออกมาเป็นชิ้นส่วน 2 ส่วน เพื่อให้เห็นภาพตัวอักษรในจินตนาการได้ชัดเจน ไม่สับสน จึงสำคัญ. คนเรียนภาษาจีนสามารถใช้วิธีการ "ฉีกแบ่ง" ตัวอักษรในการเรียนรู้ภาษาจีนได้. จากตัวอักษรที่มีจำนวนชิ้นเยอะ ก็จะกลายเป็นชิ้นส่วน 2 ชิ้นที่จำง่าย. เห็นภาพชัด 
เช่น
แซ่ หลี่ ( แซ่ลี้ ) เขาก็จะบอกว่า :  มู่ : /_木  /_จื๋อ ( จื่ ) 子 /_ หลี่ 李。เพราะอักษร หลี่ 李 ตัวนี้ ประกอบด้วยส่วนที่อ่านว่า มู่+ จื่อ__จึงแนะนำบอกเขาว่า มู่ _ จื๋อ ( จื่อ ) __หลี่
หรือ แซ่ตั้ง ( เฉิน ) ก็แนะนำว่า  ซิ่งเฉิน 姓陈
陈 เฉิน 阝 ( 耳 ) เอ่อร์/_  东  ตง/_ 陈 เฉิน. 
หว่อซิ่งเฉิน. เอ่อร์ ตง เฉิน (ฉันแซ่เฉิน_เฉินที่เขียนว่า เอ่อร์+ ตง อ่านว่า เฉิน )
แซ่จาง (แซ่ เตียว _/แซ่เดียวกับเตียวหุย ในเรื่องสามก๊ก) จะแนะนำว่า ซิ่งจาง  /_กง/_ฉาง/_ จาง
张 : จาง。 弓 : กง。 长 : ฉาง 张 :  จาง

รู้วิธีแนะนำแซ่ของคนจีนก็รู้เคล็ด(ไม่ลับ) การเรียนภาษาจีนว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย


เรืองรอง รุ่งรัศมี