ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จากข้างหน้าต่างบ้านชานเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จากข้างหน้าต่างบ้านชานเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฝน



เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้งในค่ำคืนที่ร่างกายเหน็ดเหนื่อยและจิตใจอ่อนล้า เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำพักผ่อนร่างกาย จวบจนย่ำรุ่ง
เมื่อเสียงฝีเท้าของฝนหลงฤดู โปรยมาเคาะท่วงทำนองอ่อนโยนกับกระเบื้องหลังคา หัวใจที่กลัดกลุ้มกังวลจึงได้สดชื่นขึ้นบ้าง
ลุกขึ้นมานั่งเหม่อออกไปข้างนอกหน้าต่าง ม่านฝนเปลี่ยนทัศนียภาพเบื้องหน้าแปลกตาออกไป ถนนสีดำเปล่งประกายวาว เม็ดฝนระยิบระยับ ท้องทุ่งเหมือนจะตื่นจากหลับไหล บัวสายในบึงรุ่งเช้าคงมีเม็ดมุกประดับพราวบนใบ

คิดถึงกวีจีนโบราณบทหนึ่งกับอารมณ์ละเอียดอ่อนของสตรีเพศ ที่กล่าวถึงความช้ำชอกของดอกไม้หลังต้องลมฝนซัดกระหน่ำ ใครๆ ต่างก็มักนึกไปถึงท้องฟ้าที่สวยงามหลังฝนตก แต่จะมีสักกี่คนที่มองเห็นความช้ำที่กลีบดอกไม้อันบอบบาง
มณีหยาดฝนประดับพราวที่บนใบบัว หากแต่ดอกไม้บางดอกนั้นช้ำชอกเหลือเกิน


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรก  จากข้างหน้าต่างบ้านชานเมือง  สำนักพิมพ์ทางทอง พ.ศ.2536

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เล่นดิน



เย็นย่ำหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจการงาน เรามาพบกันสัปดาห์ละครั้ง ที่เราได้ย้อนกลับไปรับรู้โลกอันรื่นรมย์เมื่อครั้งเยาว์วัย
ดินเหนียวสีดำเนียนมือ เย็นในสัมผัส เราเริ่มนวดเนื้อดินไล่ฟองอากาศ ทำเป็นเส้น ขดขึ้นเป็นรูป รีดเป็นแผ่น เชื่อมเป็นรูปทรงต่างๆ นานา ตามใจปรารถนา
จากก้อนดินที่ไร้รูปทรง เราเพียรพยายามปั้นมันให้ได้อย่างใจ จินตนาการและความสนุกสนานครั้งวัยซุกซน เหมือนคืนกลับมา โลกแห่งการแก่งแย่งชิงดีและเหลี่ยมเล่ห์มารยาทิ้งไว้ข้างหลัง มีเพียงความปรารถนามุ่งมั่นหลอมรวมลงไปในเนื้อดินละเอียดนุ่มมือ
ทีละรูปๆ ปรากฏต่อเบื้องสายตา หนอนตัวน้อย ผีเสื้อ กาน้ำใบเล็ก ใบไม้ หมู และตุ๊กตารูปเด็กผู้หญิง เราเหมือนจะเป็นผู้สร้าง เป็นผู้กำหนดลิขิตแจกันทรงแปลก ที่เขี่ยบุหรี่ แผ่นเลขที่บ้าน เหล่านี้ล้วนมาจากดินอันไร้รูปทรง ดินซึ่งแผ่ราบห่อหุ้มดาวดวงหนึ่ง ให้สรรพชีวิตได้เติบโตและอยู่อาศัย บัดนี้เรานำมันมาก่อเป็นรูปทรงตามใจปรารถนา
ในห้วงภวังค์หนึ่ง ฉันเห็นมิติรูปทรงของดวงดาวนี้ แปรเปลี่ยนรูปทรงบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนออกไปจากเดิม ตุ๊กตาดินปั้นเติบโตและมีชีวิต หนึ่งตัว สองตัว ห้าตัว เจ็ดตัว ร้อยยี่สิบตัว ตุ๊กตาดินปั้นดินขุดดินปั้นตุ๊กตา สี่ร้อยตัว ห้าพันหกสิบแปดตัว ตุ๊กตาดินปั้น ปั้นไก่ ปั้นนก และปั้นแมลง

เมื่อเอารูปดินปั้นออกจากเตาเผานั้น เราได้รู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เราปั้นนั้นหดตัวเล็กลงกับการเผาในอุณหภูมิสูง เนื้อดินเปลี่ยนสีและแกร่งตัวขึ้นผ่านการชุบเคลือบและเผาอีกครั้งหนึ่ง เราพบว่าเนื้อดินเปลี่ยนสภาพมาเป็นของแข็งเช่น หิน ไฟ อานุภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชวนพิศวง จากไม้เป็นถ่าน จากถ่านเป็นเถ้า จากดินเป็นหิน
ตุ๊กตาบางตัวแตกเสียรูปทรงในการเผานี้ ก็คงเช่นเดียวกันกับมนุษย์ แตกหักบิ่นร้าวเมื่อต้องผ่านไฟ เครื่องปั้นรูปร่างต่างๆ วางอยู่บนชั้นเหมือนโลกสมมุติ บางชิ้นเป็นสิ่งทดแทน

ในวันสุดท้ายของการเรียน แต่ละคนต่างนำสิ่งที่ตัวเองปั้นกลับ เราต่างชื่นชมในผลงานของตัวเองและของเพื่อนๆ การได้เป็นผู้สร้าง ผู้กำหนด ลิขิตให้ความอิ่มเอิบสุขใจ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยามก็ตาม บัดนี้ ดินนุ่มเนียนมือเมื่อยามสัมผัสกำหนดสภาพแน่นอนไปแล้วด้วยมือของเรา
มีเสียงเครื่องปั้นของใครหล่นกระทบพื้นเสียงดังสดใส ชิ้นส่วนกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อน... เท่านี้เองสำหรับชีวิตของบางสิ่ง ได้แต่เสียดาย ชิ้นส่วนกระเบื้องแตกเกินจะต่อประกอบได้ รวบรวมมาไว้ด้วยกัน ครั้งหน้าหากจะปั้นเครื่องปั้นอีก อย่าลืมบดเอาเศษกระเบื้องให้เนียนละเอียด ผสมลงในเนื้อดิน เพื่อว่ารูปที่ปั้นมาใหม่จะได้มีความแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม


เรืองรอง  รุ่งรัศมี


พิมพ์ครั้งแรก  จากข้างหน้าต่างบ้านชานเมือง  สำนักพิมพ์ทางทอง พ.ศ.2536 

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไผ่


ก้อนหินกลมเกลี้ยง น้ำในลำธารสะอาด แลเห็นตัวปลาแหวกว่ายน้ำใส สายลมพัดเบาๆ ยามนั้นเสียงขลุ่ยก็แว่วดังมา
เธออาจค้นหาที่มาแห่งเพลงพริ้วไหว เธออาจสดับซึ่งความลึกซึ้ง แต่ ณ แดนป่าไผ่ร่มครึ้มที่ริมลำธาร ชายหนึ่งฉงนฉงาย
เสียงขลุ่ยพริ้วไหว ไหลเรื่อยเหมือนดั่งสายน้ำ หากแต่เลาขลุ่ยแข็งตรง ช่างเป็นนฤมิตกรรมพิสดารแห่งมนุษยชาติ สายเบ็ดกระตุก คันเบ็ดสั่นอยู่ถี่ๆ เขาวัดสายเบ็ด หากแต่ไม่มีปลาติดมาสักตัว
คลื่นน้ำเป็นวง จากหนึ่งแล้วแผ่ซ้อนกระจาย
แต่ว่าคันเบ็ดก็คือไม้ไผ่อ่อนช้อย สายเบ็ดคือเส้นเชือกอ่อนที่ทอดตัวตรงแลเสมือนแข็ง น้ำไหลเหมือนนิ่ง คนนิ่งภายในสับสน

โอ... มนุษย์ ชั่วขณะหนึ่งฉลาดปราดเปรื่อง สามารถนฤมิตสิ่งที่ลึกล้ำ อีกชั่วขณะหนึ่งเหมือนว่าจะช่างโง่เขลา
เกี่ยวเหยื่อตัวใหม่ เหวี่ยงเบ็ด วงน้ำกระเพื่อมความคิดของเขา สายตาของเขาทอดนิ่งอยู่ที่ปลายเบ็ด แต่ว่าความคิดมิได้อยู่นิ่ง
ไผ่... ความลับของเจ้า คือความว่างเปล่าในร่างของเจ้าใช่ไหม
วงคลื่นกระเพื่อมผิวน้ำเรียบใส เงาที่ทอดอยู่ในน้ำของเขาพร่าพริ้ว อีกด้านหนึ่งของลำธาร มีคนกำลังวักน้ำล้างหน้าและลูบเนื้อตัว
ปลาที่ในน้ำ เจ้าจะรับรู้ความเย็นใสของน้ำเปลี่ยนไปหรือไม่ ยามเมื่อน้ำที่เจ้าได้อาศัยอยู่นี้ได้สั่นกระเพื่อม
นกที่บนฟ้า เจ้าจะรับรู้ความกว้างใหญ่ของฟ้า ที่ครอบร่างเจ้านี้ได้เพียงใด
มนุษย์เอย เจ้ารู้อันใดกับโลกที่เจ้าได้อาศัยอยู่

เขาปลดเอากระบอกไม้ไผ่ที่สะพายกับบ่า บรรจุน้ำในลำธารเข้าไป
โอ... สิ่งว่างเปล่า บรรจุสารัตถะเอาไว้มากล้นเพียงใด
หรือว่าข้าควรละทิ้งซึ่งสรรพสิ่งเพื่อความว่างเปล่าแห่งตน ความคิดของชายที่ถือคันเบ็ดเคลื่อนไปอีกแล้ว ว่างเปล่าเพื่อบรรจุไว้ซึ่งสารัตถะ เหมือนกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำใสเพื่อการเดินทาง แต่ว่า เท่านี้พอหรือ สิ่งอื่นที่ต้องบรรจุมีอีกมากหลาย เสบียงกรัง ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ล้วนคือสิ่งจำเป็นอันชีวิตพึงมีในการเดินทาง คุณธรรม ความดีงาม ล้วนคือนามธรรมอันมิอาจละทิ้ง ฉะนี้ ชีวิตไยมิใช่พะรุงพะรังไปด้วยสัมภาระ กระทั่งถ่วงให้มิอาจย่างเท้าก้าวเดินหรอกหรือ
ร่างกายเพียงหนึ่ง เสมือนกระบอกไม้ไผ่อันมีเพียงปล้องเดียว หากจะบรรจุทั้งถั่ว งา ข้าว เนื้อ น้ำ ฯลฯ ผสมปนเป ประโยชน์อันพึงจะมีก็จะกลายเป็นหาประโยชน์มิได้ไปเสีย
มิใช่ความว่างเปล่าเสียละกระมัง ตัวตนน่าจะต้องมีอยู่ เสมือนกระบอกไม้ไผ่มีเนื้อไม้ของมัน ต้องมิกลวงว่างเสียแล้วละหนอ จึงจะทำให้บรรจุสิ่งต่างๆ ได้ โดยมิให้สัมปชัญญะต้องถึงเสื่อมทราม
แต่ว่าอัตตาก็มักเป็นสิ่งที่สร้างความบิดเพี้ยนผันแปรต่อสิ่งที่ตัวตนรับมันเข้าไป หรือว่าในที่สุดแล้ว ไม้ไผ่ก็ต้องถูกผ่าออกเป็นสองซีก เพื่อจะได้แยกแยะพิจารณาเลือกใช้สารัตถะที่บรรจุเอาไว้ภายใน
เขาเฝ้าแต่ครุ่นคิดฉงน

พลันนั้น ปรากฏนกตัวหนึ่งบินมาโฉบเหยื่อในน้ำ วงน้ำสั่นไหวความคิดของเขาอีกครั้ง เหยื่อมีอยู่มากมาย ในน้ำ บนบก บนต้นไม้ หรือในอากาศ
คลื่นน้ำแผ่พริ้วกระจาย เงาที่ในน้ำสั่นไหว
นกบินกลับรังของมัน
นกที่ทำรังอยู่ในป่าลึก ที่มันต้องการคือกิ่งไม้กิ่งหนึ่งเพื่อจะยึดรังของมันเอาไว้ใช่ไหม
สัตว์ที่ในป่า ยามเมื่อกระหายและไปดื่มน้ำที่ตามโตรกธาร ที่มันต้องการก็เพียงน้ำเต็มกระเพาะ พอดับซึ่งความกระหาย
กิ่งไม้อันมีอยู่มากมาย และน้ำอันเย็นฉ่ำอยู่ทั้งโตรกธาร บางขณะก็เป็นเพียงสิ่งที่มีอยู่ และก็เป็นเพียงเท่านั้น

เขาเก็บเบ็ดแล้ว
ผิวน้ำเหมือนเรียบ แต่ก็ยังคงปรากฏวงคลื่นน้อยๆ
ประกายแดดสะท้อนคลื่นน้ำส่องประกายแพรวพราย สีแสงวูบไหวแปรเปลี่ยนมิหยุด ช่างงดงาม หากแต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นรวดเร็วและพิสดาร ยากที่จะพรรณนา เสมือนที่เราไม่อาจบอกถึงความงามของมวลดอกไม้แก่ผู้ที่ไม่เคยรับรู้ความงามของดอกไม้ และไม่อาจบอกถึงความไพเราะแห่งมวลสรรพเสียงแด่ผู้อันมีโสตประสาทบกพร่อง
“คุณค่า” รับรู้ไม่ง่ายเหมือนกัน “ราคา” สำหรับผู้ที่มืดบอด
ดั่งนี้ เพียงชั่วไม่นาน นับแต่ชายผู้นั้นมาสู่ลำธารที่ริมป่าไผ่ หลายสิ่งเสมือนเคลื่อนอยู่มิหยุดในความเป็นไป
และเมื่อเดินทางกลับมาจากริมลำธาร เขาก็รู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนไป ทั้งที่ยังคงเป็นเขาเช่นเดิม


เรืองรอง  รุ่งรัศมี



พิมพ์ครั้งแรก  จากข้างหน้าต่างบ้านชานเมือง  สำนักพิมพ์ทางทอง พ.ศ.2536

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

หมาป่า


หลายครั้งในการสนทนากับเพื่อน ฉันเปรียบเทียบตัวเองและเพื่อนบางคนที่หาเลี้ยงชีพทางขีดเขียนว่าไม่ต่างอะไรกับหมาป่า

บนหน้ากระดาษว่างเปล่าคือทุ่งกว้างใหญ่ของเรา ไม่มีร่องรอยของสิ่งใดๆ ให้เราได้เห็น เราได้แต่เพ่งตา มอง ครุ่นคิด อดทน และรอคอย การทำงานของเราโดดเดี่ยว เหมือนหมาป่าที่ท่องไปตัวเดียว...

เราท่องไปในทุ่งกระดาษกว้างใหญ่ด้วยความหวาดหวั่นเพิ่มขึ้นทุกที เขี้ยวเล็บของเราหลุดร่วงก่อนถึงกาลเวลาอันควรกับสภาพชีวิตอัตคัด เราท่องไปในแผ่นดินกระดาษ สมอง สายตา และอารมณ์ ทำงานค้นคิดเรื่องราว เหมือนหมาป่าที่ออกล่าโดยไม่รู้ว่าจะมีเหยื่ออยู่ข้างหน้าบ้างไหม เราออกท่องไป และท่องไป แผ่นดินกระดาษกว้างขึ้นทุกที...



พิมพ์ครั้งแรก  "จากหน้าต่างบ้านชานเมือง" สำนักพิมพ์ธารทอง พ.ศ.๒๕๓๖