ค้นหาบทความ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปสการ์ดลายมือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปสการ์ดลายมือ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

ก้าว, ระหว่างเดินทาง


เพียงก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่ง โลกก็เปิดแผ่ขยายออกไป

ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี




ระหว่างเดินทาง

รถยนต์คันนั้นแล่นไป เป็นรถเก๋งหรือรถกระบะก็จำไม่ได้ ปี พ.ศ.ไหนกันนะ ป้อมตำรวจป้อมนั้น สถานีรถไฟ ตลาดใกล้โรงเรียนและบ้าน ทุกสิ่งหายไปจากภาพที่เคยจดจำแจ่มชัด บ้านที่เกิดลืมตาดูโลก

บางทีตัวเราก็หายไป หายไปทั้งความทรงจำ และตัวตนบางส่วน
ทางป่าของเด็กๆ กองทัพมด แสงไฟสลัวของเด็กที่เดินออกไปจากบ้าน แล้วไปไหนไม่ถูก แต่ก็ไม่ยอมกลับไป
เสียงหวีดร้องกลางดึกในโลกแห่งการสูญเสีย ฝีเท้าและเสียงรถไฟ
บางทีตัวเราก็ก้าวอยู่บนก้อนเมฆ ข้ามขอบฟ้า ไปดื่มกินความโดดเดี่ยวอ้างว้าง และอุ่นไมตรี
ดาวตกลงมา หนึ่งดวง สองดวง สามดวง ....
คืนนั้นหาดทรายมีคนมากมาย ไม่มีใครเก็บดาวดวงใดเอาไว้ในกล่องของใครเป็นการเฉพาะได้เลย ไม่มีกล่องใดเก็บดวงดาวเอาไว้ได้
ดาวตกลงมาดวงหนึ่ง มีคนนับร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน.... เก็บมันเอาไว้กับความรู้สึก ดวงดาวดวงหนึ่งของคนไม่รู้เท่าไร

กลีบดอกไม้ร่วง สีขาวเล็กๆ กลิ่นหอมมิได้รุนแรง
ความฝันที่มิได้เป็นเงินเป็นทอง
ลมพัดดั่งเข็มนาฬิกา
กรวด หยาดน้ำค้าง มีค่าไม่ต่างกันในความเป็นจริง
แกนโลกยังคงเอียง โลกเป็นทรงกลมที่เราไม่เคยเห็นมันจริงๆ ด้วยตา
แกนของโลกเอียง ใจของคนเอียง สายฝนตกลงมาเป็นสายเฉียงๆ
บ้านหลังนั้นหายไป และมันเป็นบ้านหลังที่หายไปซึ่งตั้งอยู่ในความทรงจำของเรา

เรายังมุ่งหน้าไปกันอยู่หรือ เราจะไปถึงบ้านหลังที่หายไปซึ่งตั้งอยู่ในความทรงจำของเราได้ไหม หนทางไกลไหม เรายังอยู่บนเส้นทางสายใด
ฝนตกลงมา กลีบดอกไม้ร่วงลงมา ลมยังพัด เรายังจะเดินทางมุ่งหน้าไปด้วยกันไหม

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
๒๕๔๘



พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ ON THE WAY ออนเดอะเวย์ สำนักพิมพ์ไปทำไม พ.ศ.๒๕๔๘

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

พรมแดนฟ้า, วันคืนล่วงไป























เงยหน้าขึ้นไป

ท้องฟ้าที่ไหนก็ไม่มีเส้นพรมแดนประเทศ
เพียงแต่ฟ้าในแต่ละที่ใสไม่เท่ากัน



ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี



วันคืนล่วงไป

วันคืนล่วงไปไม่หยุด เราต่างก้าวเดินสู่ดินแดนใด
ก้าวผ่านขวากหนาม และดงดอกไม้ ก้าวไปทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว
วงล้อของวันเวลาเคลื่อนมาตรงเส้นรอยต่อสมมุติ เตือนสติให้รู้ความหมายว่า ก้าวเท้าใหม่กำลังยก ย่าง ก้าวที่แล้วมา ร่องรอยฝีเท้าที่ทิ้งไว้ข้างหลัง เราอาจรู้ตัว และไม่รู้สึกตัว ตรงเส้นรอยต่อสมมุติเป็นเพียงเสียงนาฬิกาปลุกไร้เสียงสู่จิต
ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความตื่นอยู่ หรือว่าตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่โดยไม่ได้ตื่น
ดงดอกไม้หอมกรุ่นรอคอยอยู่ตรงเบื้องหน้า วงล้อของวันเวลาเคลื่อนไปไม่หยุด ยามเมื่อเคลื่อนตัวผ่านดงดอกไม้ ตัวของเราเองรู้จักสูดดมกลิ่นแห่งดอกไม้อันหอมละมุนอยู่ตรงเบื้องหน้าหรือยัง
วันคืนเคลื่อนไปไม่หยุด มีดงดอกไม้ไม่ไกลจากเรา ตื่นขึ้นมาดอมดมความหอมแห่งมวลดอกไม้ และให้ดวงจิตโบยบินสู่ระดับสูง
ตรงเส้นรอยต่อสมมุติของกาลเวลา เสียงนาฬิกาปลุกไร้รูปปลุกเราให้รู้สึกตัว พูดคุย ถาม ตอบตนเอง
รู้หรือไม่รู้ ถึงความมีอยู่ของดงดอกไม้
ตรงรอยต่อสมมุติของกาลเวลา มองดู พิจารณา ไตร่ตรอง และยิ้มให้กับชีวิต มีใจเอ็นดูต่อสรรพสิ่ง มีจิตรับรู้ถึงความหอมของมวลดอกไม้





เรืองรอง  รุ่งรัศมี
1/1/20055


คัดลอกบางส่วนที่ตีพิมพ์ลงในคอลัมน์ กิ่งไผ่และดวงโคม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2537-1 มกราคม 2538

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ความฝันโบยบิน, วุฒิภาวะ


























โศกนาฏกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ
ไม่ทันได้รู้ว่า ความฝันได้โบกมือลาจากไปแล้ว
บางทีอาจเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจเสียยิ่งกว่า
การไม่เคยมีความฝันเสียอีก



ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี




วุฒิภาวะ

การติดค้างไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การพาลกับผู้อื่นด้วยอารมณ์เป็นเรื่องเกเร แสดงอาการออกมามากๆ ก็เหมือนเอาสิ่งสกปรกป้ายหน้าตนเองจนเลอะ
ใครจะล่วงรู้ว่า คนที่เห็นแล้วนิ่งเงียบ คิดอะไรอยู่

วุฒิภาวะ คือ การนิ่งเงียบเป็น
วุฒิภาวะ คือ การคิดด้วยตนเองเป็น
วุฒิภาวะ คือ การยอมรับว่าผู้อื่นคิดด้วยตัวเองเป็น
วุฒิภาวะ คือ การยอมรับว่าผู้อื่นคิดไม่เหมือนตัวเราได้
วุฒิภาวะ คือ การรู้ว่าความนิ่งเงียบอาจไม่ใช่ทั้งการยอมรับ / การเห็นด้วย / หรือการยอมจำนน
วุฒิภาวะ คือ การรู้ว่าความสมเพทเวทนา ก็อาจทำให้คนนิ่งเงียบได้
การไม่เห็นประโยชน์ในการพูดอธิบายกับผู้ที่เต็มไปด้วยโมหะจริต ก็ทำให้คนนิ่งเงียบได้
วุฒิภาวะรู้ว่า การนิ่งเงียบเกิดได้ ทั้งจากจิตที่เมตตา จิตที่นิ่งเฉย จิตที่อำมหิตโหดร้าย

วุฒิภาวะ คือ การรู้จักโต
วันเวลาทำให้คนแก่ แต่อาจไม่ได้ทำให้คนรู้จักโต

เรืองรอง  รุ่งรัศมี
2013

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

เงาในน้ำ, ผ้าขาว


























ริม ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ ลำธาร
มีพลิ้วคลื่น มีสายลม มีร่มเงา
และมีเงาสะท้อนของท้องฟ้าอยู่ในน้ำ
ถ้ามองให้ดี  มีเงาของเราอยู่บนผิวน้ำนั้นด้วย
เป็นเงาที่สำคัญ  และเราควรคุยกับเงานั้นให้สม่ำเสมอ.






ภาพ : ชวิน  ถวัลย์ภิยโย
คำ : เรืองรอง  รุ่งรัศมี



ผ้าขาว

ผ้าสีขาวผืนใหญ่แขวนอยู่บนราวกลางแดด ผู้คนที่ผ่านไปมา ต่างพูดกันถึงความขาวสะอาดของผ้าผืนนั้น เสียงบรรยายถึงความขาวของผ้าถูกบอกเล่าจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่ง แพร่จากเมืองหนึ่ง สู่อีกเมืองหนึ่ง แล้วในที่สุดก็กลายเป็นที่รำลือไปทั้งแผ่นดิน
...............................
หลังจากวันอากาศแปรปรวน ลมวนพัดหมุน ผู้คนต่างพากันจ้องมองไปที่ “ผ้าขาวผืนใหญ่บนราวกลางแดด” มีผู้ใดกี่คนที่ทำใจสงบ พิจารณาอาภรณ์สีขาวที่ห่มคลุมร่างกายตนไว้ มีใครมองเห็นดวงจิตของตนในชั่วขณะจิตนี้ว่าเป็นเช่นไรบ้างไหม ภายในหมู่เหล่าผู้คนที่นุ่งห่มสีขาว และผู้ที่ร่ำลือโจษจันในสีขาว มีใครถามและตอบตัวเองไหมว่า สีขาวนั้นแท้จริงคืออะไร ความมืดสีขาวถูกพิสูจน์ในวัดลมวนพัดหมุน
ที่ราวกลางแดด ผ้าขาวเป็นเช่นใดกัน
เมื่อผ้าขาวผืนหนึ่งถูกมองพิจารณา จิตของผู้นุ่งห่มด้วยอาภรณ์สีขาวมากมาย เปรอะเปื้อนด้วยตัวตนของอัตตาของตนหรือไม่
การเข้าใจให้ลึกถึงสาระของความจริง ความดี ความงาม เป็นสิ่งที่ใครทำ คนนั้นก็ได้รับเองจริงๆ
อย่ากลัวเงาเลย มีเงา หมายความว่า มีแสงสว่างอยู่ใกล้ๆ ไปที่แสงนั้น ไปสู่ความจริง ความดี ความงามที่แท้
มายาสีไหนๆ ก็คือ มายา





เรืองรอง  รุ่งรัศมี
1/1/2005


คัดลอกบางส่วนที่ตีพิมพ์ลงในคอลัมน์ กิ่งไผ่และดวงโคม ผู้จัดการปริทรรศน์ ฉบับวันที่ 28 มกราคม -3 กุมภาพันธ์ 2537